PSU Logo
Smart Academic Repository Prince of Songkla University, Trang Campus

ค้นหาผลงานวิชาการ

ผลการค้นหา: 38 รายการ
บทความวารสาร Shariah-Compliant Attributes and Muslims’ Intention to Visit Non-Muslim Countries
ผู้แต่ง: Ammarn Sodawan ปี: 2026 (ค.ศ.) VIEWS: 23

This study examined the influence of Shariah-oriented attributes on Indonesian Muslims’ intention to visit Thailand, which is a non-Muslim country. This stimulus–organism–response (SOR) model was used to examine the relationships between Shariah-oriented tangible and intangible attributes (stimulus), perceived halal safety and Muslim trust (organism), and visit intention (response). The data from 387 Indonesian Muslim respondents were analyzed using partial least squares structural equation modelling combined with Importance–Performance Map Analysis (IPMA). The results supported six of seven hypotheses establishing that Shariah-oriented attributes significantly influenced perceived halal safety, Muslim trust, and visit intention. Notably, perceived halal safety showed a significant direct negative effect on visit intention (β = −0.108, p < 0.05); it did not significantly mediate the relationship between Shariah-oriented attributes and visit intention (β = −0.049, p = 0.059). Muslim trust demonstrates a strong positive mediating effect (β = 0.236, p < 0.001). The IPMA results revealed that Shariah-oriented tangible attributes demonstrated both high importance and excellent performance, while intangible attributes showed high importance but moderate performance, indicating a priority area for improvement. These findings highlight that Muslim trust and tangible Shariah-compliant attributes are crucial for attracting Muslim tourists to non-Muslim destinations, providing valuable insights for tourism stakeholders.

บทความวารสาร A Comparative Analysis of Lightweight CNN Architectures for Wi-Fi CSI-Based Fall Detection
ผู้แต่ง: Kawinthida Kingkaew, Jirawat Thaenthong, Thawatchai Suwanapong ปี: 2025 (ค.ศ.) VIEWS: 22

Fall detection for elderly care has gained substantial research attention, with Wi-Fi Channel State Information (CSI) emerging as a promising non-intrusive sensing modality that addresses privacy concerns associated with camera-based systems. However, the adoption of deep learning in this domain requires models that balance high accuracy with computational efficiency, enabling deployment on resource-constrained devices. This study presents a comparative analysis of four lightweight Convolutional Neural Network (CNN) architectures-MobileNetV2, MobileNetV3, EfficientNet-B0, and ShuffleNetV2-that has been presented for Wi-Fi CSI-based fall detection. The models were evaluated using classification metrics, including accuracy, loss, precision, recall, and F1-score, as well as efficiency metrics such as model size, parameter count, FLOPs, and inference time. Experimental results showed that the highest classification accuracy of 98.61% was achieved by EfficientNet-B0, along with the lowest loss and best F1-score (0.986), while a near-fastest inference time of 8.53 ms was maintained. This combination of predictive performance and computational efficiency has been demonstrated to highlight strong potential for practical, real-time fall detection applications. Meanwhile, ShuffleNetV2 achieved a comparable accuracy of 98.47% and an $F 1$-score of 0.985, with the fastest inference time of $\mathbf{7. 1 9}$ ms and a small model size of only 5.21 MB. These results indicate that ShuffleNetV2 provides an excellent trade-off between accuracy and computational cost, making it a highly suitable candidate for deployment on real-time edge devices.

วิทยานิพนธ์ ศูนย์การเรียนรู้ว่าวมลายู
ผู้แต่ง: อัลสิดดีก ปูเตะ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 24

ว่าวมลายูเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีรากฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนในคาบสมุทรมลายู โดยในระยะแรกถูกใช้เพื่อการละเล่น การสื่อสาร และความเชื่อทางพิธีกรรม ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านรูปทรง โครงสร้าง และลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เช่น ลวดลายใบไม้และพืชพื้นถิ่น องค์ความรู้นี้ได้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านครอบครัวและชุมชน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของภาคใต้ของประเทศไทย รวมถึงจังหวัดสตูลที่ยังคงมีการอนุรักษ์และจัดกิจกรรมเกี่ยวกับว่าวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่าวัฒนธรรมว่าวมลายูมีแนวโน้มลดบทบาทลงตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมและวิถีชีวิตสมัยใหม่ ดังนั้นการอนุรักษ์จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน โดยการสร้างพื้นที่เรียนรู้และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วม เช่น นิทรรศการ การสาธิต และเวิร์กชอป ซึ่งจะช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างคุณค่าใหม่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โครงการนี้จึงเสนอการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ว่าวมลายูในจังหวัดสตูล โดยเลือกที่ตั้งในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกและเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แนวคิดการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบการตั้งถิ่นฐานแบบกลุ่มของชุมชนมลายู ผสานกับรูปทรงโครงสร้างของว่าวและลวดลายพื้นถิ่น เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ โครงการประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดง พื้นที่กิจกรรม และพื้นที่สาธารณะ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในอนาคต

วิทยานิพนธ์ โครงการออกแบบมัสยิดไม้เพื่อส่งต่อภูมิปัญญาช่างไม้พื้นถิ่นสู่คนรุ่นใหม่ บ้านห้วยกระทิง อำเภอกรงปีนัง จังหวััดยะลา
ผู้แต่ง: อาฟิก แฮะ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 27

ไม้ คือ วัสดุที่ใช้ในการประกอบสร้างบ้านเรือนของประเทศไทยมาตั้งแต่โบราณ ไม้ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมช่างไม้และภูมิปัญญาที่ส่งต่อมารุ่นสู่รุ่น แสดงถึงรากเหง้าอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนและสังคม และถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ อย่างไรก็ดีมีการส่งต่อวัฒนธรรมเหล่านี่กันในหมู่ครอบครัว สายสกุลช่าง ดังเช่น “สล่า” ในภาคเหนือ “ช่าง” ในภาคกลาง หรือ “ตูเก” ในภาคใต้โดยเฉพาะในชุมชนมลายู ปัจจุบันมีการก่อสร้างรูปแบบใหม่ ทันสมัยรวดเร็วและแข็งแรงทำให้ผู้คนหันไปเลือกวิธีการดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการละทิ้งมรดกที่มีคุณค่าและขาดการสืบทอดส่งผลให้ให้องค์ความรู้ด้านช่างไม้หายไป “แล้วจะทำอย่างไรให้มรดกทางวัฒนธรรมของช่างไม้ยังคงอยู่และสืบสานต่อไปได้โดยเฉพาะในบริบทของมลายู?” ตูเก คือ ผู้รังสรรค์วัฒนธรรมช่างไม้ท้องถิ่นที่มีคุณค่าด้านสถาปัตยกรรม เช่น มัสยิดไม้วาดีลฮูเซ็น (มัสยิด300ปี) จังหวัดนราธิวาส หรือมัสยิดไม้อาโห (มัสยิด400ปี) จังหวัดปัตตานี อย่างไรก็ดี เมื่อตูเกไม่มีผู้การสืบสารและได้รับองค์ความรู้จึงส่งผลให้มัสยิดหรือสถาปัตยกรรมไม้อื่นๆ ขาดการดูแลซ่อมอย่างถูกวิธี รวมไปถึงขาดการต่อยอดความรู้ใหม่ในการพัฒนาสถาปัตยกรรมไม้พื้นถิ่นมลายูในอนาคต ในประญี่ปุ่นมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านช่างไม้ผ่านสถาปัตยกรรม ดังเช่น ศาลเจ้าอิเสะ มีการรื้อสร้างประกอบทุก 20 ปีให้คนรุ่นใหม่ได้มีความรู้การสร้างในรูปแบบพื้นถิ่นดั้งเดิม (ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข/2019) “หากจะส่งต่อภูมิปัญญาแบบชาวบ้านญี่ปุ่นในวัฒนธรรมมลายู ควรมีลักษณะอย่างไร?” ชุมชนห้วยกระทิง อำเภอกรงปีนัง จังหวัดยะลา เป็นชุมชนช่างไม้มุสลิม (แวกาจิ/2568) ที่มีการตั้งถิ่นฐาน จากการเปิดป่าโดยกลุ่มช่างไม้ชาวบ้านมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับไม้ในป่าและพัฒนาการสร้างบ้านแบบตนเอง ซึ่งชุมชนนี้ยังคงหลงเหลือภูมิปัญญาดั้งเดิมด้านเทคนิคการก่อสร้างและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นโดยเฉพาะผู้มีความรู้ด้านช่างไม้ อาศัยศาสนสถานที่ทำหน้าที่รวมผู้คนเป็นเครื่องมือในการรักษาภูมิปัญญาไม้ท้องถิ่น โดยใช้การมีส่วนร่วมในการก่อสร้างมัสยิดด้วยมือของชาวชุมชนการสร้างวัฒนธรรมนี้ไม่ได้ยึดโย่งรูปแบบเดิม ทว่านำองค์ความรู้ต่อยอดเป็นสถาปัตยกรรมมัสยิดไม้ร่วมสมัยเหมาะกับคนปัจจุบันและสร้างโดยคนปัจจุบัน (ยางนาสตูดิโอ,2023) โครงการออกแบบมัสยิดไม้เพื่อส่งต่อภูมิปัญญาช่างไม้พื้นถิ่นสู่คนรุ่นใหม่ บ้านห้วยกระทิง อำเภอกรงปีนัง จังหวััดยะลา เป็นโครงการที่มีแนวคิดที่จะส่งต่อองค์ความรู้ผ่านผู้คนในชุมชน โดยอาศัยเทคนิควิธีแบบชาวบ้านในการก่อร่างสร้างสถาปัตยกรรมมัสยิด ในโครงการใช้พื้นที่มัสยิดเดิมและต่อขยายเพิ่มพื้นที่ก่อสร้างจำนวน 4.7 ไร่จากการบริจาคที่ดินของชาวชุมชนรวมไปถึงการได้รับแหล่งทุนจากภายนอก โครงการประกอบด้วยมัสยิดไม้ทำมือรองรับการละหมาด พื้นที่ลานกิจกรรมพิเศษและรองรับการละหมาดในวันสำคัญ โครงการวางแผนในการรื้อมัสยิดหลังเดิม โดยการเริ่มปลูกไม้หลุมพอ46ต้นและไม้ตะเคียน26ต้น เมื่อครบ20-40ปี จะมีการโค่นไม้และรื้อถอนมัสยิดหลังเดิม และนำมาปูพื้นเป็นฐานรากของมัสยิดไม้ตะเคียนจะถูกทำเป็นโครงสร้าง และไม้หลุมพอจะถูกแปรรูปเป็นพื้น ฝ้า ของมัสยิด มัสยิดทำมือเป็นแนวหลักคิดในการก่อรูปด้วยวิธีและเทคนิกแบบท้องถิ่นที่มีความง่ายและตรงไปตรงมา ถอดประกอบได้เป็นชิ้นส่วนขนาดเล็ก ที่ชาวบ้านรวมกันโค่น แปรรูป และลาย และประกอบมัสยิดจะถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เพื่อทุกคนและทุกช่วงวัย มีอาคารประกอบเป็นเป็นอาคารเรียนรู้วัฒนธรรมอิสลาม ช่างไม้และห้องน้ำและที่อาบน้ำละหมาด ผลลัพธ์ คือ คู่มือประกอบมัสยิดที่สามารถส่งต่อเป็นมรดกทางวัฒนะธรรมให้ผู้คนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมช่างไม้แบบตูเก สถาปัตยกรรมถือเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ ที่ผู้คนสามารถเรียนรู้ได้ยั่งยืน

วิทยานิพนธ์ ศูนย์ศึกษาทรัพยากรชายฝั่ง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง
ผู้แต่ง: พิชญา เกื้อสุข ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 27

ทรัพยากรชายฝั่งในประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณฝั่งทะเลอันดามัน กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งจากปัจจัยทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ การกัดเซาะชายฝั่ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางทะเล การใช้ประโยชน์ทรัพยากรเกินศักยภาพ และการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขาดการวางแผนอย่างเหมาะสม ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศที่สำคัญ เช่น ป่าชายเลน หาดทราย และแนวปะการัง ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ทรัพยากรชายฝั่ง ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีความหลากหลาย เช่น ป่าชายเลน หญ้าทะเล แนวปะการัง ชายหาด ซึ่งล้วนเป็นระบบนิเวศที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ป่าชายเลนช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง หญ้าทะเลเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเล ขณะที่แนวปะการังเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก ระบบนิเวศเหล่านี้จึงมีคุณค่าทั้งในเชิงนิเวศและเศรษฐกิจ โดยมีการทำงานร่วมกันของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรังและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน โครงการศูนย์ศึกษาทรัพยากรชายฝั่ง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ที่ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย บริเวณใกล้หาดราชมงคล บนพื้นที่ประมาณ 13 ไร่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ โดยจะสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้เชิงวิชาการที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เพื่อรับมือกับปัญหาของชายฝั่งในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ระบบนิเวศและการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งอย่างสมดุลและยั่งยืน

วิทยานิพนธ์ โครงการออกแบบศูนย์สร้างเสริมพลังชีวิตและสมดุลจิตใจแบบครบวงจร จังหวัดกระบี่
ผู้แต่ง: มัณฑนา เซ่งสวัสดิ์ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 32

ภาวะความเหนื่อยล้าทางใจและความเครียดสะสมจากวิถีชีวิตร่วมสมัย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างครอบคลุม ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน การฟื้นฟูจิตใจอย่างเป็นระบบจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพัฒนาผ่านความร่วมมือทางด้านการแพทย์ จิตวิทยา และการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานกลับคืนสู่สมดุลของชีวิตได้อย่างยั่งยืน สถาปัตยกรรมมีบทบาทสำคัญในการเยียวยาสภาพจิตใจผ่านการออกแบบที่ส่งเสริมประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะการจัดลำดับพื้นที่ (Spatial Sequence) ที่นำพาเข้าสู่สภาวะผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติพร้อมลดสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็น แนวทางดังกล่าวปรากฏในกรณีศึกษาที่ยืนยันว่าการออกแบบพื้นที่อย่างมีจังหวะและต่อเนื่อง สามารถกระตุ้นการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการ “ศูนย์สร้างเสริมพลังชีวิตสมดุลจิตใจแบบครบวงจร จังหวัดกระบี่” มีจุดมุ่งหมายเพื่อออกแบบพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูและปรับสมดุลชีวิต โดยตั้งอยู่ในบริบทที่มีศักยภาพด้านธรรมชาติ ทั้งภูเขาและทะเล พื้นที่โครงการถูกพัฒนาให้รองรับกิจกรรมการบำบัดและการพักผ่อนอย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่พื้นที่สาธารณะไปจนถึงพื้นที่ส่วนตัว ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย เชื่อมโยงธรรมชาติ และสร้างประสบการณ์เชิงสถาปัตยกรรมที่เอื้อต่อการเยียวยา ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน

วิทยานิพนธ์ ศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์อิสลาม
ผู้แต่ง: ซอฟียะห์ แยนา ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 20 Full Text

ดาราศาสตร์อิสลาม เป็นองค์ความรู้ดั้งเดิมที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติ- ศาสนกิจของมุสลิม ตั้งแต่การกำหนดเวลาละหมาด การสังเกตจันทร์เสี้ยว (الهلال) เพื่อเริ่มเดือน ฮิจเราะห์ไปจนถึงการหาทิศกิบละฮ์จากตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้า อย่างไรก็ตามในปัจจุบันองค์- ความรู้ดังกล่าวค่อย ๆ ถูกลดบทบาทลงจากชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่พึ่งพาเทคโน- โลยีโดยขาดความเข้าใจในหลักการเบื้องหลัง ส่งผลให้ความรู้ทางดาราศาสตร์ และศรัทธาถูกแยกออก จากกัน โครงการวิทยานิพนธ์ “ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์อิสลาม จังหวัดปัตตานี” จึงถูกริเริ่มขึ้น เพื่อฟื้นฟูความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างท้องฟ้า เวลา และการปฏิบัติศาสนกิจ ผ่านสถาปัตย- กรรมที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางของการเรียนรู้และการตระหนักรู้เชิงศรัทธา ประเด็นปัญหาหลักของโครงการคือ การขาดแคลนพื้นที่เรียนรู้ร่วมสมัยที่สามารถถ่ายทอด องค์ความรู้ดาราศาสตร์อิสลามได้อย่างเข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ทุกวัย โครงการจึงพัฒนาแนวคิด “Shadow to Sky” โดยมุ่งเน้นการรับรู้เวลา ผ่านปรากฏการณ์ของแสงและเงา และนำไปสู่ ความเข้าใจท้องฟ้าในฐานะแหล่งกำเนิดของวัน เวลา และทิศทางในศาสนาอิสลาม แนวคิดดังกล่าว อ้างอิงทฤษฎี Contextual Model of Learning, Experiential Learning Cycle และ Phenomenology of Space and Light เพื่อสร้างประสบการณ์เชิงสถาปัตยกรรมที่ผู้ใช้งาน สามารถเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหว การสังเกต และการรับรู้พื้นที่ ร่วมกับการวิเคราะห์กรณีศึกษา ได้แก่ Shanghai Astronomy Museum, Afaaq Stargazing Center และ Museum of Islamic Art Doha เพื่อสังเคราะห์แนวทางในการออกแบบพื้นที่ที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนาได้อย่าง เหมาะสม โครงการตั้งอยู่ที่ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี บนพื้นที่ที่มีศักยภาพในการ สังเกตท้องฟ้าและใกล้ชุมชนมุสลิม โดยเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยา- เขตปัตตานี และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ภายในโครงการประกอบด้วยพื้นที่ เรียนรู้เชิงประสบการณ์ 5 ฐาน ได้แก่ Astrolabe Lab, Qibla Navigator, Journey of Muslim Astronomers, Hilal Lab และ Sky-to-Life Maker Space รวมถึงพื้นที่นิทรรศการ พื้นที่จำลองท้องฟ้า และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ รวมพื้นที่ใช้สอยประมาณ 5,213 ตารางเมตร กลุ่มผู้ใช้งานหลักคือเยาวชน นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ ผู้นำศาสนา และประชาชนทั่วไป โดยผล การออกแบบแสดงให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงฟ้า เวลา และการปฏิบัติศาสนกิจเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และความยืดหยุ่นของพื้นที่ในการรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

วิทยานิพนธ์ โครงการออกแบบอาคารคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
ผู้แต่ง: วาฟะ หะยีดาโอะ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 20

รัฐบาลไทยได้ดำเนินนโยบาย “ผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย” เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาและการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จึงได้รับการพิจารณาให้เป็นพื้นที่จัดตั้ง คณะแพทยศาสตร์ แห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางการแพทย์ของภาคใต้ตอนกลาง โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และสุขภาวะทางจิตใจของนักศึกษา อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ ความเครียดและภาวะซึมเศร้าในกลุ่มนักศึกษาแพทย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพจิตและการเรียนรู้ โดยมีรายงานข่าวและงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการฆ่าตัวตายของนักศึกษาแพทย์ในหลายสถาบัน ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ยังไม่เอื้อต่อสุขภาวะองค์รวมของผู้เรียน งานออกแบบนี้จึงนำแนวคิดจาก ทฤษฎี Healing Architecture (สถาปัตยกรรมเพื่อการเยียวยา) และ Learning Environment (สภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้) มาผสมผสานกับแนวคิดด้านจิตวิทยาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอาคารที่เอื้อต่อทั้งการเรียนรู้และการเยียวยาทางใจ นอกจากนี้ยังมีการศึกษา กรณีอาคารเรียนแพทย์ในปัจจุบัน เพื่อวิเคราะห์การจัดวางฟังก์ชัน ระบบการสัญจร และบรรยากาศภายในอาคาร เพื่อนำมาปรับปรุงให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ที่ลดความตึงเครียดและกระตุ้นการปฏิสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ ของชีวิตนักศึกษาแพทย์ โครงการออกแบบคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จึงมุ่งเน้นการสร้างอาคารเรียนและพื้นที่สนับสนุนการเรียนรู้ทางการแพทย์อย่างครบวงจร ประกอบด้วยพื้นที่การเรียนการสอน ห้องปฏิบัติการ ห้องกายวิภาค ห้องสมุด ห้องพักอาจารย์ พื้นที่กิจกรรม พื้นที่พักผ่อน และศูนย์สุขภาพจิตนักศึกษา โดยออกแบบให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่าง นักศึกษา อาจารย์ ชุมชน ผ่านพื้นที่กลางที่ส่งเสริมการพบปะและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โครงการนี้มุ่งสร้างต้นแบบของ คณะการแพทย์ที่เยียวยาทั้งกายและใจ โดยใช้สถาปัตยกรรมเป็นเครื่องมือฟื้นฟูสุขภาวะของผู้ใช้ สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่อบอุ่น เป็นมิตร และยั่งยืนต่ออนาคตของวงการแพทย์ไทย

วิทยานิพนธ์ โครงการออกแบบศูนย์การเรียนรู้จากวิถีการเดินทาง: “คิวแท็กซี่เบนซ์ยะลาในฐานะพื้นที่สาธารณะมีชีวิต”
ผู้แต่ง: อัครอม มามะ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 16

การเดินทางเป็นองค์ประกอบสำคัญของวิถีชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะในบริบทเมืองที่ระบบคมนาคมมีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคม “คิวแท็กซี่เบนซ์ยะลา” เป็นระบบขนส่งพื้นถิ่น ที่มีเอกลักษณ์และเชื่อมโยงผู้คนกับชุมชนมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังมีข้อจำกัดด้านกายภาพและการใช้งาน ทำให้ไม่สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพได้อย่างเต็มที่ โครงการศูนย์การเรียนรู้จากวิถีการเดินทาง “คิวแท็กซี่เบนซ์ยะลาในฐานะพื้นที่สาธารณะมีชีวิต” จึงมุ่งยกระดับพื้นที่ให้ผสานการเดินทาง การเรียนรู้ และกิจกรรมชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างพื้นที่ต้นแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและส่งเสริมการใช้งานอย่างยั่งยืน โครงการ “ศูนย์การเรียนรู้จากวิถีการเดินทาง: คิวแท็กซี่เบนซ์ยะลาในฐานะพื้นที่สาธารณะ มีชีวิต” มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบพื้นที่สาธารณะที่ใช้บริบทของคิวรถแท็กซี่เบนซ์ยะลาเป็นฐานในการเรียนรู้และเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยมุ่งยกระดับพื้นที่ให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ พื้นที่กิจกรรม และศูนย์กลางชุมชนที่สะท้อนอัตลักษณ์ของระบบขนส่งพื้นถิ่นและวิถีชีวิตของผู้คน พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการสืบทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน พื้นที่ตั้งโครงการอยู่บริเวณใจกลางเมืองยะลา ใกล้พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา และเชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคมหลักของเมือง ทำให้สามารถเข้าถึงได้สะดวกและเอื้อต่อการพัฒนาเป็นโซนวัฒนธรรมที่ต่อยอดการเรียนรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน แนวคิดการออกแบบตั้งอยู่บนการมอง “การเดินทาง” ในฐานะกระบวนการทางสังคม ที่ไม่เพียงเป็นการเคลื่อนที่ แต่เป็นพื้นที่ของการพบปะและสร้างความสัมพันธ์ จึงมุ่งฟื้นฟูบทบาทของพื้นที่คมนาคมให้กลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีชีวิต โดยเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการออกแบบเพื่อความยั่งยืน ทั้งการใช้แสงธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการออกแบบพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งานในอนาคต อันนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่เมืองที่สมดุล สะท้อนอัตลักษณ์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

วิทยานิพนธ์ โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเลเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา
ผู้แต่ง: ธีรพล สืบพงษ์ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 20

เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่มีระบบนิเวศทางทะเลสมบูรณ์และอัตลักษณ์วัฒนธรรมชาวเลที่เข้มแข็ง ทว่าการขยายตัวของการท่องเที่ยวเชิงปริมาณซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี ได้สร้างความท้าทายต่อการรักษาความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอ “โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเล” เพื่อเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมที่พักอาศัยระดับพรีเมียมที่ใช้การออกแบบเป็นการขับเคลื่อนความยั่งยืน กระบวนการศึกษาเริ่มต้นจากการวิเคราะห์บริบททางสังคมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนชาวเล เพื่อนำมาสังเคราะห์ร่วมกับกรอบแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น การออกแบบเพื่อความยืดหยุ่น และหลักการออกแบบที่ยั่งยืนให้เหมาะสมกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยเน้นการสำรวจภาคสนามและการวิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพอย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การวางผังโครงการที่สามารถบูรณาการพื้นที่พักผ่อนเข้ากับกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้ของชุมชนได้อย่างกลมกลืน โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเลเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ถ่ายทอดอัตลักษณ์วิถีชาวเลและภูมิปัญญาเครื่องมือประมงพื้นบ้านผ่านการลดทอนรูปทรงสู่องค์ประกอบสถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้นที่โดดเด่น โดยให้ความสำคัญกับการวางผังอาคารแบบกระจายตัวและรักษาระบบนิเวศดั้งเดิม พร้อมจัดลำดับทางสัญจรที่เชื่อมต่อจากพื้นที่ส่วนกลางเข้าสู่พื้นที่กิจกรรมวิถีชีวิตอย่างเป็นระบบตัวอาคารเน้นการสร้างสภาวะน่าสบายด้วยพื้นที่ "กึ่งภายนอก" เพื่อส่งเสริมการระบายอากาศธรรมชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศชายฝั่ง อีกทั้งยังประยุกต์ใช้ความยืดหยุ่นผ่านการบูรณาการวัสดุท้องถิ่นอย่างไม้และไม้ไผ่เข้ากับเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ เพื่อสร้างโครงสร้างที่มีความทนทานต่อลมมรสุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่พักแรมระดับพรีเมียมแต่ยังทำหน้าที่เป็น "พื้นที่สื่อสารทางสถาปัตยกรรม" ที่ช่วยยกระดับมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนตามยุทธศาสตร์มรดกทางวัฒนธรรมในระดับสากล