PSU Logo
Smart Academic Repository Prince of Songkla University, Trang Campus

ค้นหาผลงานวิชาการ

ผลการค้นหา: 3 รายการ
บทความวารสาร The guidelines for developing competitiveness of Thai agricultural products: A case study of durian production in 14 southern provinces, Thailand
ผู้แต่ง: Narodom Jaemjarus, Kittiwat Rattanamanee, Kritchakhun Bhanityanakorn, +1 more ปี: 2024 (ค.ศ.) VIEWS: 49

Purpose: This study explores ways to make Thai durian production more competitive, concentrating on sustainable practices and difficulties experienced by durian growers. Method: This is mixed-method research. Multiple techniques were used. A thorough grasp of the market dynamics was gathered through in-depth interviews with 30 industry stakeholders, including durian producers, exporters, distributors, government officials, and industry professionals. 200 responders from 14 southern regions of Thailand, where durian production is crucial because of traditional farming practices and a favorable climate. Examining quality control practices, distribution effectiveness and sustainable farming methods revealed areas that might be improved to increase industry competitiveness. Results and Conclusions: The study also revealed difficulties, including losses from post-harvest handling, barriers to entry into the market, regulatory limits, and inconsistent quality. The study also examined consumer preferences for sustainable products and their willingness to pay more. Originality/Value: The findings reveal a sustainably produced durian goods market since they show an increasing consumer trend towards eco-friendly alternatives. Future recommendations call for incorporating technology into the supply chain, doing in-depth customer preference research, conducting a comparative analysis, and conducting long-term evaluations of sustainable practices. Policymakers, businesspeople, and researchers working to improve the competitiveness and sustainability of the Thai durian industry will find this study helpful.

วิทยานิพนธ์ ศูนย์โภชนาการและอาหารเพื่อสุขภาพ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ผู้แต่ง: นัสรี จรรีบรัตน์ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 40

ในบริบทของการพัฒนาเมืองร่วมสมัย วิถีชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบและแข่งขันสูงส่งผลให้การดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะด้านโภชนาการ ถูกละเลย เกิดการบริโภคอาหารสำเร็จรูปมากขึ้นและนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ขณะเดียวกันประชาชนเริ่มตื่นตัวและหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงเกิดความต้องการพื้นที่สุขภาพแบบบูรณาการ แนวคิดการพัฒนา “ศูนย์โภชนาการและอาหารเพื่อสุขภาพ” ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงถูกเสนอขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ชุมชนที่รวมอาหาร สุขภาพ และการเรียนรู้ไว้ด้วยกัน โดยมีทั้งร้านอาหารสุขภาพ พื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย กิจกรรมการเรียนรู้ พื้นที่ออกกำลังกาย และบริการสุขภาพ พร้อมนำแนวคิดเกษตรในเมืองและเกษตรแนวตั้งมาใช้เพื่อเพิ่มการผลิตอาหารและความมั่นคงทางอาหาร รองรับผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม และมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ลดความเสี่ยงโรค และพัฒนาไปสู่ “เมืองสุขภาพต้นแบบ” อย่างยั่งยืน

วิทยานิพนธ์ ความเป็นไปได้ของการจำหน่ายผักปลอดสารพิษผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์: กรณีศึกษาจังหวัดตรัง
ผู้แต่ง: กนกวรรณ จู้ห้อง ปี: 2561 (พ.ศ.) VIEWS: 11 Full Text

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อผักปลอดสารพิษของผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษ 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษ และ 3) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ด้านเทคโนโลยี ด้านการตลาด ด้านการจัดการ ด้านการเงิน ของการจำหน่ายผักปลอดสารพิษผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก เป็นเครื่องมือ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่ม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรจังหวัดตรังจำนวน 2 คน กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษรายใหญ่ในจังหวัดตรังที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) กับสำนักงานเกษตรจังหวัดตรังและได้รับตรามาตรฐานเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) จำนวน 9 คน และกลุ่มผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษจากเกษตรกรจำนวน 9 คน ที่ผ่านเกณฑ์ 4 เกณฑ์ ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษในจังหวัดตรังส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 31 - 40 ปี สถานภาพสมรส การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรีและปริญญาโท ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว มีรายได้ต่อเดือนระหว่าง 10,001 - 20,000 บาท นิยมซื้อผักปลอดสารพิษมากที่สุด 2 ประเภท คือ ผักปลอดสารเคมีและผักไฮโดรโปนิกส์ โดยนำไปประกอบอาหาร หรือใช้สำหรับธุรกิจหรือบริการ ผู้ซื้อผักปลอดสารพิษ สั่งซื้อผักปลอดสารพิษผ่านทางโทรศัพท์และผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตนเองเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกซื้อ สถานที่ซื้อผักปลอดสารพิษบ่อยที่สุด คือ ซื้อผักปลอดสารพิษโดยตรงกับเกษตรกร เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพของผักปลอดสารพิษและมาตรฐานการรับรองสินค้าการเกษตร ความถี่ในการซื้อส่วนใหญ่ซื้อทุกวัน ค่าใช้จ่ายในการซื้อผักปลอดสารพิษส่วนใหญ่ไม่เกิน 300 บาทต่อครั้ง และสูงสุด 6,000 บาทต่อครั้ง 2. ผู้ซื้อผักปลอดสารพิษในจังหวัดตรังมีประสบการณ์ในการซื้อสินค้าผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จำนวน 7 คน โดยผู้ที่มีประสบการณ์ให้เหตุผลว่า มีความสะดวกในการเลือกซื้อ ประหยัดเวลา และสามารถเปรียบเทียบราคาได้หลากหลายช่องทาง ประเภทสินค้าและบริการที่ซื้อผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ เสื้อผ้า ของใช้ ความถี่ในการซื้อสินค้าเดือนละ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง และใช้ระยะเวลาในการซื้อสินค้าผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่เกิน 50 นาที โดยผู้ซื้อมีวิธีการค้นหาข้อมูล รายละเอียดของสินค้าและเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ วิธีการชำระเงิน คือ ชำระเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่นิยมใช้มากที่สุด คือ เฟสบุ๊ค เว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่น โดยใช้สมาร์ตโฟนในการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 3. ความเป็นไปได้ด้านเทคโนโลยี ด้านการตลาด ด้านการจัดการ ด้านการเงิน ของการจำหน่ายผักปลอดสารพิษผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พบว่า ด้านเทคโนโลยี ภาครัฐให้การสนับสนุน มีการถ่ายทอดการใช้เทคโนโลยีด้านการผลิต การจัดจำหน่ายผลผลิตผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเกษตรกร เกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษมีทักษะในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และมีความรู้ในการนำผักปลอดสารพิษมาจำหน่ายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษให้มีความสะดวกและรวดเร็วในสั่งซื้อ สามารถเลือกวิธีการชำระเงิน เลือกวิธีการจัดส่ง โดยผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปซื้อผักปลอดสารพิษด้วยตนเอง ด้านการตลาด ภาครัฐวางแผนให้เกษตรกรจำหน่ายผักปลอดสารพิษผ่านโมเดิร์นเทรดและร้านอาหารในจังหวัดตรัง โดยตรงไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง มีการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม การเขียนเรื่องราวของผักปลอดสารพิษ (Story telling) รวมถึงการแปรรูปผักปลอดสารพิษให้มีความหลากหลายเพื่อตอบสนองวิถีการดำรงชีวิตของผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษ ด้านการจัดการ ภาครัฐมีการวางนโยบายด้านเศรษฐกิจพอเพียงและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับเกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษในจังหวัดตรัง สร้างสมรรถนะด้านการแข่งขันเพื่อก้าวสู่การทำเกษตร 4.0 ซึ่งเกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษในจังหวัดตรังเป็นผู้ดูแล บริหารจัดการ และรับคำสั่งซื้อจากผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษตลอดจนวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค โดยผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษจะให้ความสำคัญในการสั่งซื้อผักปลอดสารพิษผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีความซับซ้อน สะดวกต่อการใช้งาน สามารถติดต่อกับผู้ผลิตได้โดยตรง ลักษณะของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ซื้อผักปลอดสารพิษต้องการ คือ สื่อสังคมออนไลน์และแอพพลิเคชั่น ด้านการเงิน ภาครัฐมีการร่วมมือกับหน่วยงานทางการเงิน ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมให้คำปรึกษาด้านการเงิน เกษตรกรมีการจัดทำบัญชีทางด้านการเงิน งบประมาณในการลงทุนอย่างเป็นระบบ และมีสภาพคล่องทางด้านการเงิน ผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษยินดีจ่ายเงินในการซื้อผักปลอดสารพิษที่มีราคาที่สูงกว่าผักทั่วไป เพราะมีความเชื่อมั่นในคุณภาพของผักปลอดสารพิษที่มาจากเกษตรกรผู้ปลูกผักปลอดสารพิษในจังหวัดตรัง และหากมีการจัดโปรโมชั่นจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษหรือผู้ที่สนใจผักปลอดสารพิษซื้อผักปลอดสารพิษเพิ่มมากขึ้น จากการวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี ด้านการตลาด ด้านการจัดการ และด้านการเงิน พบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะนำผักปลอดสารพิษมาจำหน่ายผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ คือ การสนับสนุนให้เกษตรกรที่นำระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาเป็นช่องทางในการจำหน่ายผักปลอดสารพิษ โดยการให้ความรู้ การสร้างมูลค่าเพิ่มผักปลอดสารพิษด้วยผลงานวิจัย นวัตกรรม การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และสร้างแบรนด์ของผักปลอดสารพิษ ส่วนข้อเสนอแนะที่มีต่อเกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษ คือ เกษตรกรควรปลูกผักปลอดสารพิษ 2 ประเภท ได้แก่ ผักปลอดสารเคมีและผักไฮโดรโปนิกส์ และพัฒนาช่องทางการจำหน่ายผักปลอดสารพิษผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือจำหน่ายผักปลอดสารพิษ