PSU Logo
Smart Academic Repository Prince of Songkla University, Trang Campus

ค้นหาผลงานวิชาการ

ผลการค้นหา: 17 รายการ
วิทยานิพนธ์ โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเลเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา
ผู้แต่ง: ธีรพล สืบพงษ์ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 22

เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่มีระบบนิเวศทางทะเลสมบูรณ์และอัตลักษณ์วัฒนธรรมชาวเลที่เข้มแข็ง ทว่าการขยายตัวของการท่องเที่ยวเชิงปริมาณซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี ได้สร้างความท้าทายต่อการรักษาความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอ “โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเล” เพื่อเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมที่พักอาศัยระดับพรีเมียมที่ใช้การออกแบบเป็นการขับเคลื่อนความยั่งยืน กระบวนการศึกษาเริ่มต้นจากการวิเคราะห์บริบททางสังคมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนชาวเล เพื่อนำมาสังเคราะห์ร่วมกับกรอบแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น การออกแบบเพื่อความยืดหยุ่น และหลักการออกแบบที่ยั่งยืนให้เหมาะสมกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยเน้นการสำรวจภาคสนามและการวิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพอย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การวางผังโครงการที่สามารถบูรณาการพื้นที่พักผ่อนเข้ากับกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้ของชุมชนได้อย่างกลมกลืน โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเลเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ถ่ายทอดอัตลักษณ์วิถีชาวเลและภูมิปัญญาเครื่องมือประมงพื้นบ้านผ่านการลดทอนรูปทรงสู่องค์ประกอบสถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้นที่โดดเด่น โดยให้ความสำคัญกับการวางผังอาคารแบบกระจายตัวและรักษาระบบนิเวศดั้งเดิม พร้อมจัดลำดับทางสัญจรที่เชื่อมต่อจากพื้นที่ส่วนกลางเข้าสู่พื้นที่กิจกรรมวิถีชีวิตอย่างเป็นระบบตัวอาคารเน้นการสร้างสภาวะน่าสบายด้วยพื้นที่ "กึ่งภายนอก" เพื่อส่งเสริมการระบายอากาศธรรมชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศชายฝั่ง อีกทั้งยังประยุกต์ใช้ความยืดหยุ่นผ่านการบูรณาการวัสดุท้องถิ่นอย่างไม้และไม้ไผ่เข้ากับเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ เพื่อสร้างโครงสร้างที่มีความทนทานต่อลมมรสุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่พักแรมระดับพรีเมียมแต่ยังทำหน้าที่เป็น "พื้นที่สื่อสารทางสถาปัตยกรรม" ที่ช่วยยกระดับมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนตามยุทธศาสตร์มรดกทางวัฒนธรรมในระดับสากล

วิทยานิพนธ์ ศูนย์สืบทอดภูมิปัญญาอิสลามและชุมชนแห่งศรัทธา เชคดาวุด อัลฟาฏอนีย์ บ้านบาราโหม อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
ผู้แต่ง: ฮันซอละห์ สามะอะกา ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 8

ปัจจุบัน “ปอเนาะ” ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามแบบจารีตที่มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมศรัทธาและสร้างคุณธรรมแก่ชุมชนมุสลิมในอดีต ได้ลดบทบาทลงจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมสมัยใหม่ เยาวชนรุ่นใหม่จำนวนมากมองว่าศาสนาเป็นเรื่องห่างไกล และรูปแบบการเรียนรู้แบบดั้งเดิมไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตร่วมสมัย ขณะเดียวกัน การจากไปของบรรดาโต๊ะครูหรืออุลามะผู้เป็นแหล่งองค์ความรู้ ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการสูญหายของภูมิปัญญาอิสลามท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ “สืบทอดและต่อยอด” เจตนารมณ์ของ เชคดาวุด อัลฟาฏอนีย์ อุลามะผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้ศาสนาในแหลมมลายู ผ่านการออกแบบ “ศูนย์สืบทอดภูมิปัญญาอิสลามและชุมชนแห่งศรัทธา” ให้เป็นต้นแบบของ “ปอเนาะร่วมสมัย” ที่ผสานการเรียนรู้แบบจารีต (กีตาบ) เข้ากับรูปแบบการเรียนรู้สมัยใหม่ โดยจัดให้มีระบบการเรียนรู้แบบหมุนเวียนของอุลามะ (Rotational Knowledge Sharing) เพื่อสร้างความต่อเนื่องและความหลากหลายขององค์ความรู้ แนวคิดหลักของโครงการคือ Sense of Belonging ซึ่งมุ่งสร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งระหว่างมนุษย์ ชุมชน และศรัทธา โดยพัฒนาแนวคิดผ่านการตีความ Barakah (ความจำเริญงอกงาม) ให้เป็นภาษาทางสถาปัตยกรรม เพื่อสร้างพื้นที่ที่มีคุณค่าและความหมายมากกว่าการใช้งานเชิงกายภาพ กระบวนการออกแบบอาศัยการวิเคราะห์วิถีชีวิตของชุมชน สถาปัตยกรรมอิสลาม และกิจกรรมทางศาสนา มาพัฒนาเป็นลำดับพื้นที่ (Spatial Sequence) และการเปลี่ยนผ่านของบรรยากาศ (Gradual Transition) จากพื้นที่สาธารณะไปสู่พื้นที่แห่งการใคร่ครวญทางจิตวิญญาณ ที่ตั้งโครงการอยู่ในตำบลบาราโหม อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยมี “บ่อน้ำของเชคดาวุด” เป็นศูนย์รวมศรัทธา โครงการประกอบด้วยสถาบันปอเนาะ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ศูนย์อุลามะ และพื้นที่ชุมชน ออกแบบให้เปิดเข้าถึงได้ทุกคน พร้อมประยุกต์แนวคิดสถาปัตยกรรมยั่งยืน ผ่านการยกพื้นอาคาร การระบายอากาศตามธรรมชาติ และการใช้วัสดุท้องถิ่น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และจิตวิญญาณอย่างยั่งยืน.

วิทยานิพนธ์ โครงการออกแบบศูนย์กลางกิจกรรมชุมชน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงพหุวัฒนธรรม ตำบลหน้าถ้ำ จังหวัดยะลา
ผู้แต่ง: อบาดี้ ปาตี ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 21

จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยที่มีความโดดเด่นด้านพหุวัฒนธรรม โดยมีชุมชนชาวพุทธและชาวมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน “ตำบลหน้าถ้ำ” นับเป็นพื้นที่สำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งในด้านแหล่งโบราณสถาน เช่น วัดคูหาภิมุข วิถีชีวิตชุมชน และแหล่งผลิตสินค้าท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ อาทิ ผ้าสีมายา และผลิตภัณฑ์ OTOP อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังขาดการพัฒนาในด้านระบบบริการนักท่องเที่ยว พื้นที่สาธารณะสำหรับชุมชน และแหล่งการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การใช้ประโยชน์พื้นที่ยังไม่เต็มศักยภาพ อีกทั้งยังขาดพื้นที่ศูนย์กลางในการจัดกิจกรรม การแสดง และการจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างรายได้และการเผยแพร่อัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบศูนย์กลางกิจกรรมชุมชนที่สามารถรองรับการใช้งานร่วมกันระหว่างคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นให้เป็นพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรม การเรียนรู้ และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ผ่านแนวคิดการออกแบบเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงพหุวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงพื้นที่และกิจกรรมเข้าด้วยกันในลักษณะโครงข่าย เพื่อกระจายการใช้งานและสร้างเส้นทางการเรียนรู้ภายในพื้นที่ โครงการได้กำหนดพื้นที่ตั้งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ พื้นที่ 1 พื้นที่ต้อนรับและศูนย์รวมการเรียนรู้ กิจกรรมหลักสำหรับชุมชนและนักท่องเที่ยว พื้นที่ 2 พื้นที่เชื่อมต่อโครงการกับบริบทโดยรอบ ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่บริการและพื้นที่พักผ่อน และพื้นที่ 3 พื้นที่สนับสนุนกิจกรรมดั้งเดิมและส่งเสริมอัตลักษณ์ของชุมชน รวมถึงเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ แนวทางการออกแบบให้ความสำคัญกับบริบททางกายภาพ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของพื้นที่ โดยนำแนวคิดสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นร่วมสมัยมาประยุกต์ใช้ ผ่านการผสมผสานอัตลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยและมลายูให้เกิดความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมเดิม ขณะเดียวกันได้มีการออกแบบให้เกิดความร่วมสมัยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับพื้นที่ การวางผังโครงการคำนึงถึงการรักษาสภาพแวดล้อมธรรมชาติและใช้ศักยภาพของพื้นที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ รวมถึงการออกแบบเพื่อรองรับภัยพิบัติและส่งเสริมความยั่งยืนของชุมชนในระยะยาว ผลลัพธ์ของโครงการจึงมุ่งหวังให้สถาปัตยกรรมเป็นกลไกในการเชื่อมโยงชุมชน วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

วิทยานิพนธ์ พื้นที่เรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็ก จังหวัดชลบุรี
ผู้แต่ง: นิศาชล นุ่นแก้ว ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 21

ในปัจจุบันพบว่าปัญหาการละเลยการให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นอย่างมาก โดยเกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยในหลาย ๆ ด้าน อย่างเช่น ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทและมีอิทธิพลต่อเด็กเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในหลายครอบครัว เนื่องจากผู้ปกครองหลายท่านอาจใช้สื่อหน้าจอเป็นเครื่องมือในการเลี้ยงดู ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาด้านพัฒนาการที่ล่าช้า ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม และเด็กในช่วงวัย 1-12 ขวบ เป็นช่วงที่มีพัฒนาการด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว จึงควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เพื่อสร้างรากฐานและคุณภาพที่แข็งแกร่งให้กับสังคมในอนาคต พื้นที่เรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ คือ พื้นที่เรียนรู้ที่ออกแบบสภาพแวดล้อมและจัดเตรียมไว้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ได้รับประสบการณ์ และการพัฒนาทักษะต่าง ๆ โดยโครงการนี้ได้นำหลักปรัชญามอนเตสซอรี่มาปรับใช้ในกิจกรรมและในสถาปัตยกรรมเพื่อให้ส่งเสริมความเป็นอิสระและการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสภาพแวดล้อมที่ดี โครงการพื้นที่เรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัยและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคม โดยตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ประกอบไปด้วยพื้นที่ทำกิจกรรมสำหรับเด็กแบ่งตามช่วงวัย มีดังนี้ พื้นที่เล่นสำหรับเด็ก 1-2 ขวบ พื้นที่เล่นสำหรับเด็ก 3-5 ขวบ พื้นที่เล่นสำหรับเด็ก 6-12 ขวบ และพื้นที่เล่นร่วมกันทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิดการออกแบบให้พื้นที่เล่นสำหรับเด็กมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่พักคอยสำหรับผู้ปกครองและเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการเล่นอย่างสร้างสรรค์ และเพื่อให้อาคารยั่งยืนโดยการออกแบบหลังคาที่สามารถรองรับน้ำฝนและมีพื้นที่กักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์กับโครงการ

วิทยานิพนธ์ ศูนย์การเรียนรู้นกปรอดหัวโขน
ผู้แต่ง: นิฟุรกรณ์ กาแป๊ะ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 21

บทคัดย่อ โครงการศูนย์การเรียนรู้นกปรอดหัวโขน ตั้งอยู่ ณ ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา จ.ยะลา มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออนุรักษ์นกปรอดหัวโขน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีเอกลักษณ์และมีความสำคัญต่อวิถีชีวิต วัฒนธรรม และกิจกรรมการแข่งขันนกกรงหัวจุก โครงการมุ่งสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจการเลี้ยงนกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และการเพาะพันธุ์นกในระบบที่ยั่งยืน เพื่อลดการล่าและการซื้อขายนกจากธรรมชาติ อันเป็นสาเหตุสำคัญของการลดลงของประชากรนกในระบบนิเวศ โครงการยังให้ความสำคัญและที่คำนึงถึง สวัสดิภาพสัตว์ ความปลอดภัย โดยทำงานร่วมกับภาครัฐและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับการเลี้ยงนกอย่างมีความรับผิดชอบแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เสริม ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดยะลา โครงการรองรับผู้ใช้งาน ได้แก่ คนในชุมชน ผู้เลี้ยงนก นักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ และนกปรอดหัวโขนซึ่งเป็นผู้ใช้งานหลัก พื้นที่ใช้งานประกอบด้วยส่วนการเรียนรู้และนิทรรศการ พื้นที่อนุรักษ์และฟื้นฟูนก พื้นที่กิจกรรมชุมชน พื้นที่ธรรมชาติ และส่วนบริการต่าง ๆ ซึ่งถูกออกแบบให้เกิดความสมดุลระหว่างกิจกรรมของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม แนวคิด“การอยู่ร่วม กันอย่างสมดุลระหว่างคนนกแลธรรมชาติโดยใช้สถาปัตยกรรมเป็นสื่อกลาง ในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านพื้นที่จริงส่งเสริมความสัมพันธ์ ระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นกับการอนุรักษ์สัตว์ป่า ลดขอบเขตระหว่างพื้นที่มนุษย์และธรรมชาติ และสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจชุมชน โครงการศูนย์การเรียนรู้นกปรอดหัวโขนจึงทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์อนุรักษ์ แหล่งเรียนรู้ พื้นที่วัฒนธรรม และพื้นที่สาธารณะเชิงนิเวศ ที่มุ่งสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า

วิทยานิพนธ์ ศูนย์โภชนาการและอาหารเพื่อสุขภาพ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ผู้แต่ง: นัสรี จรรีบรัตน์ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 19

ในบริบทของการพัฒนาเมืองร่วมสมัย วิถีชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบและแข่งขันสูงส่งผลให้การดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะด้านโภชนาการ ถูกละเลย เกิดการบริโภคอาหารสำเร็จรูปมากขึ้นและนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ขณะเดียวกันประชาชนเริ่มตื่นตัวและหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงเกิดความต้องการพื้นที่สุขภาพแบบบูรณาการ แนวคิดการพัฒนา “ศูนย์โภชนาการและอาหารเพื่อสุขภาพ” ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงถูกเสนอขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ชุมชนที่รวมอาหาร สุขภาพ และการเรียนรู้ไว้ด้วยกัน โดยมีทั้งร้านอาหารสุขภาพ พื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย กิจกรรมการเรียนรู้ พื้นที่ออกกำลังกาย และบริการสุขภาพ พร้อมนำแนวคิดเกษตรในเมืองและเกษตรแนวตั้งมาใช้เพื่อเพิ่มการผลิตอาหารและความมั่นคงทางอาหาร รองรับผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม และมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ลดความเสี่ยงโรค และพัฒนาไปสู่ “เมืองสุขภาพต้นแบบ” อย่างยั่งยืน

วิทยานิพนธ์ โครงการปรับปรุงสวนสัตว์ทุ่งท่าลาด
ผู้แต่ง: กษิดิ์เดช ปัจจัย ปี: 2567 (พ.ศ.) VIEWS: 11

สวนสัตว์เทศบาลนครนครศรีธรรมราช หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สวนสัตว์ทุ่งท่าลาด” เปิด ดำเนินการมานานกว่า 40 ปี และเป็นสวนสัตว์แห่งเดียวในภาคใต้ตอนบน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562 เทศบาลได้ขอยุติการดำเนินกิจการสวนสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยให้จำหน่ายสัตว์ที่อยู่ใน ความดูแลไปยังสวนสัตว์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สวนสัตว์แห่งนี้เคยเผชิญกับปัญหาและการวิพากษ์วิจารณ์ด้านลบ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพสัตว์ความเป็นอยู่ และสุขภาพจิต เนื่องจากยังใช้ระบบการเลี้ยงแบบดั้งเดิม เช่น กรง ตู้ หรือคอกขัง ซึ่งเน้นการแสดงสัตว์เพื่อผู้ชมมากกว่าคุณภาพชีวิตของสัตว์เอง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2564 เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้ลงนามบันทึกความร่วมมือทาง วิชาการกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อเปิดสวนสัตว์แห่งนี้อีกครั้ง โดยแนวทางการพัฒนาใหม่จะ มุ่งเน้นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับสัตว์มากยิ่งขึ้น ลดการใช้กรงหรือพื้นที่จำกัดและ ส่งเสริมแนวคิดการอยู่อาศัยอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อสวัสดิภาพสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนรู้และการวิจัยของนักศึกษา อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเป็นแหล่งอนุรักษ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสัตว์ป่าในอนาคต