ปีที่เผยแพร่ (Year) (ค.ศ.)
แสดงเป็นปี ค.ศ. สำหรับการค้นหาและกรอง
เลือกตัวกรองแล้วกดปุ่มเพื่อค้นหา
ผลการค้นหา: 12 รายการ
บทความวารสาร
Shariah-Compliant Attributes and Muslims’ Intention to Visit Non-Muslim Countries
ผู้แต่ง:
Ammarn Sodawan
ปี: 2026 (ค.ศ.)
VIEWS: 83
This study examined the influence of Shariah-oriented attributes on Indonesian Muslims’ intention to visit Thailand, which is a non-Muslim country. This stimulus–organism–response (SOR) model was used to examine the relationships between Shariah-oriented tangible and intangible attributes (stimulus), perceived halal safety and Muslim trust (organism), and visit intention (response). The data from 387 Indonesian Muslim respondents were analyzed using partial least squares structural equation modelling combined with Importance–Performance Map Analysis (IPMA). The results supported six of seven hypotheses establishing that Shariah-oriented attributes significantly influenced perceived halal safety, Muslim trust, and visit intention. Notably, perceived halal safety showed a significant direct negative effect on visit intention (β = −0.108, p < 0.05); it did not significantly mediate the relationship between Shariah-oriented attributes and visit intention (β = −0.049, p = 0.059). Muslim trust demonstrates a strong positive mediating effect (β = 0.236, p < 0.001). The IPMA results revealed that Shariah-oriented tangible attributes demonstrated both high importance and excellent performance, while intangible attributes showed high importance but moderate performance, indicating a priority area for improvement. These findings highlight that Muslim trust and tangible Shariah-compliant attributes are crucial for attracting Muslim tourists to non-Muslim destinations, providing valuable insights for tourism stakeholders.
วิทยานิพนธ์
ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอิสลามตามมัซฮับทั้ง 4
ผู้แต่ง:
วาศินีย์ อับดุลหละ
ปี: 2568 (พ.ศ.)
VIEWS: 12
Full Text
ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่มีหลักศรัทธาเดียวกัน แต่การปฏิบัติในชีวิตประจำวันมีความหลากหลายตามแนวทางของมัซฮับ ซึ่งในกลุ่มซุนนีแบ่งออกเป็น 4 แนวทางหลัก ได้แก่ ฮานาฟี มาลิกี ชาฟิอี และฮัมบะลี แต่ละมัซฮับมีรากฐานทางประวัติศาสตร์ แนวคิด และวัฒนธรรมเฉพาะตน ในบริบทของสังคมไทย การเรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่างของมัซฮับยังอยู่ในวงจำกัด ประชาชนส่วนใหญ่รู้จักเพียงมัซฮับที่แพร่หลายในท้องถิ่น เช่น มัซฮับชาฟิอีในภาคใต้ ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการยอมรับความหลากหลายทางศาสนาและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนภายในศาสนาเดียวกัน
โครงการ ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอิสลามตามมัซฮับทั้ง 4 จึงมุ่งสร้างพื้นที่กลางเพื่อการเรียนรู้ การอยู่ร่วมกัน และการยอมรับในความแตกต่างภายใต้หลักศรัทธาเดียวกัน โดยอ้างอิงแนวคิดการเรียนรู้เชิงพื้นที่ และการออกแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ศูนย์การเรียนนรู้นี้ยังอ้างอิงกรณีศึกษาจากศูนย์การเรียนรู้มัซฮับในต่างประเทศ เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์ และอ้างอิงข้อมูลจากประวัติความเป็นมาขอบรรดาอิหม่ามทั้ง 4 มาใช้ เพื่อให้สามารถพัฒนาพื้นที่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละมัซฮับและสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
ศูนย์การเรียนรู้นี้ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณมัสยิดกลางจังหวัดสงขลา เป็นอาคารที่ออกแบบเพื่อรองรับฟังก์ชันที่หลากหลาย เช่น โซนเรียนรู้เฉพาะมัซฮับ ห้องอเนกประสงค์สำหรับสัมมนาและกิจกรรมชุมชน ห้องนิทรรศการ และพื้นที่สาธารณะสำหรับผู้เยี่ยมชม เจ้าของโครงการคือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา ผู้ใช้สอยหลักคือชุมชนมุสลิม เยาวชน และผู้สนใจศึกษาวัฒนธรรมอิสลาม รวมทั้งกลุ่มต่างศาสนานิกที่มีความสนใจในเรื่องนี้ อาคารจะถูกออกแบบเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ พร้อมสะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะตัวของแต่ละมัซฮับ ทำให้ศูนย์การเรียนรู้นี้เป็นทั้งแหล่งศึกษาและจุดรวมชุมชนที่เชื่อมโยงความรู้ ศาสนา และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
บทความวารสาร
A Comparative Analysis of Lightweight CNN Architectures for Wi-Fi CSI-Based Fall Detection
Fall detection for elderly care has gained substantial research attention, with Wi-Fi Channel State Information (CSI) emerging as a promising non-intrusive sensing modality that addresses privacy concerns associated with camera-based systems. However, the adoption of deep learning in this domain requires models that balance high accuracy with computational efficiency, enabling deployment on resource-constrained devices. This study presents a comparative analysis of four lightweight Convolutional Neural Network (CNN) architectures-MobileNetV2, MobileNetV3, EfficientNet-B0, and ShuffleNetV2-that has been presented for Wi-Fi CSI-based fall detection. The models were evaluated using classification metrics, including accuracy, loss, precision, recall, and F1-score, as well as efficiency metrics such as model size, parameter count, FLOPs, and inference time. Experimental results showed that the highest classification accuracy of 98.61% was achieved by EfficientNet-B0, along with the lowest loss and best F1-score (0.986), while a near-fastest inference time of 8.53 ms was maintained. This combination of predictive performance and computational efficiency has been demonstrated to highlight strong potential for practical, real-time fall detection applications. Meanwhile, ShuffleNetV2 achieved a comparable accuracy of 98.47% and an $F 1$-score of 0.985, with the fastest inference time of $\mathbf{7. 1 9}$ ms and a small model size of only 5.21 MB. These results indicate that ShuffleNetV2 provides an excellent trade-off between accuracy and computational cost, making it a highly suitable candidate for deployment on real-time edge devices.
วิทยานิพนธ์
โครงการออกแบบศูนย์สร้างเสริมพลังชีวิตและสมดุลจิตใจแบบครบวงจร จังหวัดกระบี่
ผู้แต่ง:
มัณฑนา เซ่งสวัสดิ์
ปี: 2568 (พ.ศ.)
VIEWS: 71
ภาวะความเหนื่อยล้าทางใจและความเครียดสะสมจากวิถีชีวิตร่วมสมัย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างครอบคลุม ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน การฟื้นฟูจิตใจอย่างเป็นระบบจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพัฒนาผ่านความร่วมมือทางด้านการแพทย์ จิตวิทยา และการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานกลับคืนสู่สมดุลของชีวิตได้อย่างยั่งยืน
สถาปัตยกรรมมีบทบาทสำคัญในการเยียวยาสภาพจิตใจผ่านการออกแบบที่ส่งเสริมประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะการจัดลำดับพื้นที่ (Spatial Sequence) ที่นำพาเข้าสู่สภาวะผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติพร้อมลดสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็น แนวทางดังกล่าวปรากฏในกรณีศึกษาที่ยืนยันว่าการออกแบบพื้นที่อย่างมีจังหวะและต่อเนื่อง สามารถกระตุ้นการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการ “ศูนย์สร้างเสริมพลังชีวิตสมดุลจิตใจแบบครบวงจร จังหวัดกระบี่” มีจุดมุ่งหมายเพื่อออกแบบพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูและปรับสมดุลชีวิต โดยตั้งอยู่ในบริบทที่มีศักยภาพด้านธรรมชาติ ทั้งภูเขาและทะเล พื้นที่โครงการถูกพัฒนาให้รองรับกิจกรรมการบำบัดและการพักผ่อนอย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่พื้นที่สาธารณะไปจนถึงพื้นที่ส่วนตัว ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย เชื่อมโยงธรรมชาติ และสร้างประสบการณ์เชิงสถาปัตยกรรมที่เอื้อต่อการเยียวยา ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน
วิทยานิพนธ์
ศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์อิสลาม
ผู้แต่ง:
ซอฟียะห์ แยนา
ปี: 2568 (พ.ศ.)
VIEWS: 44
Full Text
ดาราศาสตร์อิสลาม เป็นองค์ความรู้ดั้งเดิมที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติ- ศาสนกิจของมุสลิม ตั้งแต่การกำหนดเวลาละหมาด การสังเกตจันทร์เสี้ยว (الهلال) เพื่อเริ่มเดือน ฮิจเราะห์ไปจนถึงการหาทิศกิบละฮ์จากตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้า อย่างไรก็ตามในปัจจุบันองค์- ความรู้ดังกล่าวค่อย ๆ ถูกลดบทบาทลงจากชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่พึ่งพาเทคโน- โลยีโดยขาดความเข้าใจในหลักการเบื้องหลัง ส่งผลให้ความรู้ทางดาราศาสตร์ และศรัทธาถูกแยกออก จากกัน โครงการวิทยานิพนธ์ “ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์อิสลาม จังหวัดปัตตานี” จึงถูกริเริ่มขึ้น เพื่อฟื้นฟูความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างท้องฟ้า เวลา และการปฏิบัติศาสนกิจ ผ่านสถาปัตย- กรรมที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางของการเรียนรู้และการตระหนักรู้เชิงศรัทธา
ประเด็นปัญหาหลักของโครงการคือ การขาดแคลนพื้นที่เรียนรู้ร่วมสมัยที่สามารถถ่ายทอด องค์ความรู้ดาราศาสตร์อิสลามได้อย่างเข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ทุกวัย โครงการจึงพัฒนาแนวคิด “Shadow to Sky” โดยมุ่งเน้นการรับรู้เวลา ผ่านปรากฏการณ์ของแสงและเงา และนำไปสู่ ความเข้าใจท้องฟ้าในฐานะแหล่งกำเนิดของวัน เวลา และทิศทางในศาสนาอิสลาม แนวคิดดังกล่าว อ้างอิงทฤษฎี Contextual Model of Learning, Experiential Learning Cycle และ Phenomenology of Space and Light เพื่อสร้างประสบการณ์เชิงสถาปัตยกรรมที่ผู้ใช้งาน สามารถเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหว การสังเกต และการรับรู้พื้นที่ ร่วมกับการวิเคราะห์กรณีศึกษา ได้แก่ Shanghai Astronomy Museum, Afaaq Stargazing Center และ Museum of Islamic Art Doha เพื่อสังเคราะห์แนวทางในการออกแบบพื้นที่ที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนาได้อย่าง เหมาะสม
โครงการตั้งอยู่ที่ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี บนพื้นที่ที่มีศักยภาพในการ สังเกตท้องฟ้าและใกล้ชุมชนมุสลิม โดยเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยา- เขตปัตตานี และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ภายในโครงการประกอบด้วยพื้นที่ เรียนรู้เชิงประสบการณ์ 5 ฐาน ได้แก่ Astrolabe Lab, Qibla Navigator, Journey of Muslim Astronomers, Hilal Lab และ Sky-to-Life Maker Space รวมถึงพื้นที่นิทรรศการ พื้นที่จำลองท้องฟ้า และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ รวมพื้นที่ใช้สอยประมาณ 5,213 ตารางเมตร กลุ่มผู้ใช้งานหลักคือเยาวชน นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ ผู้นำศาสนา และประชาชนทั่วไป โดยผล การออกแบบแสดงให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงฟ้า เวลา และการปฏิบัติศาสนกิจเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และความยืดหยุ่นของพื้นที่ในการรองรับการใช้งานที่หลากหลาย
วิทยานิพนธ์
โครงการออกแบบศูนย์การเรียนรู้จากวิถีการเดินทาง: “คิวแท็กซี่เบนซ์ยะลาในฐานะพื้นที่สาธารณะมีชีวิต”
ผู้แต่ง:
อัครอม มามะ
ปี: 2568 (พ.ศ.)
VIEWS: 40
การเดินทางเป็นองค์ประกอบสำคัญของวิถีชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะในบริบทเมืองที่ระบบคมนาคมมีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคม “คิวแท็กซี่เบนซ์ยะลา” เป็นระบบขนส่งพื้นถิ่น ที่มีเอกลักษณ์และเชื่อมโยงผู้คนกับชุมชนมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังมีข้อจำกัดด้านกายภาพและการใช้งาน ทำให้ไม่สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพได้อย่างเต็มที่ โครงการศูนย์การเรียนรู้จากวิถีการเดินทาง “คิวแท็กซี่เบนซ์ยะลาในฐานะพื้นที่สาธารณะมีชีวิต” จึงมุ่งยกระดับพื้นที่ให้ผสานการเดินทาง การเรียนรู้ และกิจกรรมชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างพื้นที่ต้นแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและส่งเสริมการใช้งานอย่างยั่งยืน
โครงการ “ศูนย์การเรียนรู้จากวิถีการเดินทาง: คิวแท็กซี่เบนซ์ยะลาในฐานะพื้นที่สาธารณะ มีชีวิต” มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบพื้นที่สาธารณะที่ใช้บริบทของคิวรถแท็กซี่เบนซ์ยะลาเป็นฐานในการเรียนรู้และเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยมุ่งยกระดับพื้นที่ให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ พื้นที่กิจกรรม และศูนย์กลางชุมชนที่สะท้อนอัตลักษณ์ของระบบขนส่งพื้นถิ่นและวิถีชีวิตของผู้คน พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการสืบทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน พื้นที่ตั้งโครงการอยู่บริเวณใจกลางเมืองยะลา ใกล้พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา และเชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคมหลักของเมือง ทำให้สามารถเข้าถึงได้สะดวกและเอื้อต่อการพัฒนาเป็นโซนวัฒนธรรมที่ต่อยอดการเรียนรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน
แนวคิดการออกแบบตั้งอยู่บนการมอง “การเดินทาง” ในฐานะกระบวนการทางสังคม ที่ไม่เพียงเป็นการเคลื่อนที่ แต่เป็นพื้นที่ของการพบปะและสร้างความสัมพันธ์ จึงมุ่งฟื้นฟูบทบาทของพื้นที่คมนาคมให้กลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีชีวิต โดยเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการออกแบบเพื่อความยั่งยืน ทั้งการใช้แสงธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการออกแบบพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งานในอนาคต อันนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่เมืองที่สมดุล สะท้อนอัตลักษณ์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
วิทยานิพนธ์
โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเลเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา
ผู้แต่ง:
ธีรพล สืบพงษ์
ปี: 2568 (พ.ศ.)
VIEWS: 46
เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่มีระบบนิเวศทางทะเลสมบูรณ์และอัตลักษณ์วัฒนธรรมชาวเลที่เข้มแข็ง ทว่าการขยายตัวของการท่องเที่ยวเชิงปริมาณซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี ได้สร้างความท้าทายต่อการรักษาความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอ “โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเล” เพื่อเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมที่พักอาศัยระดับพรีเมียมที่ใช้การออกแบบเป็นการขับเคลื่อนความยั่งยืน
กระบวนการศึกษาเริ่มต้นจากการวิเคราะห์บริบททางสังคมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนชาวเล เพื่อนำมาสังเคราะห์ร่วมกับกรอบแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น การออกแบบเพื่อความยืดหยุ่น และหลักการออกแบบที่ยั่งยืนให้เหมาะสมกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยเน้นการสำรวจภาคสนามและการวิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพอย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การวางผังโครงการที่สามารถบูรณาการพื้นที่พักผ่อนเข้ากับกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้ของชุมชนได้อย่างกลมกลืน
โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเลเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ถ่ายทอดอัตลักษณ์วิถีชาวเลและภูมิปัญญาเครื่องมือประมงพื้นบ้านผ่านการลดทอนรูปทรงสู่องค์ประกอบสถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้นที่โดดเด่น โดยให้ความสำคัญกับการวางผังอาคารแบบกระจายตัวและรักษาระบบนิเวศดั้งเดิม พร้อมจัดลำดับทางสัญจรที่เชื่อมต่อจากพื้นที่ส่วนกลางเข้าสู่พื้นที่กิจกรรมวิถีชีวิตอย่างเป็นระบบตัวอาคารเน้นการสร้างสภาวะน่าสบายด้วยพื้นที่ "กึ่งภายนอก" เพื่อส่งเสริมการระบายอากาศธรรมชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศชายฝั่ง อีกทั้งยังประยุกต์ใช้ความยืดหยุ่นผ่านการบูรณาการวัสดุท้องถิ่นอย่างไม้และไม้ไผ่เข้ากับเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ เพื่อสร้างโครงสร้างที่มีความทนทานต่อลมมรสุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่พักแรมระดับพรีเมียมแต่ยังทำหน้าที่เป็น "พื้นที่สื่อสารทางสถาปัตยกรรม" ที่ช่วยยกระดับมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนตามยุทธศาสตร์มรดกทางวัฒนธรรมในระดับสากล
วิทยานิพนธ์
คลังความทรงจำเมือง: โครงการแกลเลอรี่ตัวตนของคนเมืองสุราษฎร์ผ่านสิ่งของ
ผู้แต่ง:
ศตนันท์ เมืองเขียว
ปี: 2568 (พ.ศ.)
VIEWS: 19
รถของเล่นชิ้นหนึ่งอาจมีคุณค่าและความหมายมากกว่าที่เราคิด มนุษย์มีพฤติกรรมสะสมสิ่งของเพื่อการดำรงชีวิตมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ต่อมาการสะสมสิ่งของเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากความจำเป็นสู่ การแสวงหาความพึงพอใจ การสร้างอัตลักษณ์จากสิ่งของ และการแสดงสถานะทางสังคม สิ่งของหนึ่งชิ้นจึงสามารถสะท้อนตัวตนของเจ้าของได้ (Russell W. Belk, 2541) เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำ (ต้นข้าว ปาณินท์, 2563) และสามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เกิดความทรงจำร่วมได้ (Collective Memory) เช่น รถโมเดลหรือตุ๊กตา ซึ่งกลายเป็นสื่อกลางของการพูดคุยและสร้างสังคม แล้วเราสามารถอ่านเมือง ผู้คนและความทรงจำ ผ่านข้าวของของผู้คนและเมืองได้หรือไม่ สถาบันอาศรมศิลป์ (2568) ได้นำ “ภาพคนเมือง” มาใช้เป็นสื่อกลางในการพูดคุยกับผู้คนในชุมชน ก่อให้เกิดการทำความรู้จักและเชื่อมโยงกันทั้งระหว่าง “คนในกับคนใน” และ “คนนอกกับคนใน” อย่างลึกซึ้ง
จะเป็นอย่างไรหากเมืองที่เราอาศัยอยู่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติและสูญเสียความทรงจำของเมืองไป ใน ประเทศญี่ปุ่นได้เกิดสึนามิขึ้นที่เมืองเซนได(2554) ในช่วงหลังเกิดภัยพิบัติ มีพฤติกรรมในการเดินตามหาความทรงจำในย่านหรือที่พักอาศัย เช่น การเดินตามหารูปภาพ หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ต่อมาทางรัฐบาลพยายามฟื้นฟูความทรงจำของเมือง โดยนำสถาปัตยกรรมเก่าที่หลงเหลือจากภัยพิบัติมาพัฒนาให้เป็นพื้นที่ความทรงจำของทุกคน ที่โรงเรียนอาระฮามะ (2559) จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ปัจจุบันสุราษฎร์ธานีกำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านอุทกภัยและปัญหาปรากฏการณ์การย้ายออกจากเมือง ส่งผลให้ขาดแคลนผู้อยู่อาศัยเมือง ความผูกพันธ์และความทรงจำต่อเมือง (Paweenawat, S. W., & Liao, L., 2566) แล้วเมืองนี้จะยั่งยืนอย่างไรหากไม่มีผู้อาศัยเมือง โครงการนี้จึงมุ่งสร้างกลยุทธ์ในการรักษาความทรงจำเมือง ผ่านการเก็บรวบรวมเรื่องราวในช่วงวัยก่อนจากบ้าน หรือ วัยเรียน ภายใต้แนวคิด “กล่องเก็บความทรงจำเมือง” โดยบางส่วนจะถูกนำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการร่วมในรูปแบบ “คลังความทรงจำเมือง”
คลังความทรงจำเมือง: โครงการแกลเลอรี่ตัวตนของคนเมืองสุราษฎร์ผ่านสิ่งของ นำเสนอแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อเก็บรักษาและถ่ายทอดความทรงจำของผู้คนผ่านสิ่งของ ตั้งอยู่บริเวณสถานีตำรวจเก่าตรงข้ามศาลหลักเมือง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สะท้อนรากทางประวัติศาสตร์และความทรงจำของเมือง ภายในโครงการประกอบด้วย 3 พื้นที่หลัก ได้แก่ พื้นที่คลังความทรงจำเมือง พื้นที่พูดคุยผ่านข้าวของ และพื้นที่สร้างความทรงจำใหม่ร่วมกับเมือง โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
โดยแนวคิดการออกแบบของโครงการมุ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับเมืองผ่านการผสานความทรงจำของเมืองเข้ากับบริบทของศาลหลักเมือง ภายในที่ตั้งโครงการมีการเก็บความทรงจำเมืองผ่านอาคารสถานีตำรวจเก่าเป็นพื้นที่จัดแสดงความทรงจำของเมือง และเชื่อมต่อกับกล่องเก็บความทรงจำที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยความทรงจำแบบฝาก–ถอนได้ ขณะเดียวกันพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ความทรงจำร่วมเพื่อส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์และการสร้างประสบการณ์ร่วมของผู้คน ส่งผลให้โครงการทำหน้าที่เป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นสื่อกลางของความสัมพันธ์ทางสังคมและการอนุรักษ์ความทรงจำของเมืองอย่างยั่งยืน
คู่มือปฏิบัติงาน
คู่มือปฏิบัติงาน เรื่อง การจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ระดับหลักสูตร ตามเกณฑ์ AUN-QA ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง
ผู้แต่ง:
สุลาวัลย์ สุขลิ้ม
ปี: 2567 (พ.ศ.)
VIEWS: 42
วิทยานิพนธ์
โครงการปรับปรุงสวนสัตว์ทุ่งท่าลาด
ผู้แต่ง:
กษิดิ์เดช ปัจจัย
ปี: 2567 (พ.ศ.)
VIEWS: 21
สวนสัตว์เทศบาลนครนครศรีธรรมราช หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สวนสัตว์ทุ่งท่าลาด” เปิด
ดำเนินการมานานกว่า 40 ปี และเป็นสวนสัตว์แห่งเดียวในภาคใต้ตอนบน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9
เมษายน พ.ศ. 2562 เทศบาลได้ขอยุติการดำเนินกิจการสวนสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช ได้สั่งให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยให้จำหน่ายสัตว์ที่อยู่ใน
ความดูแลไปยังสวนสัตว์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สวนสัตว์แห่งนี้เคยเผชิญกับปัญหาและการวิพากษ์วิจารณ์ด้านลบ
โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพสัตว์ความเป็นอยู่ และสุขภาพจิต เนื่องจากยังใช้ระบบการเลี้ยงแบบดั้งเดิม
เช่น กรง ตู้ หรือคอกขัง ซึ่งเน้นการแสดงสัตว์เพื่อผู้ชมมากกว่าคุณภาพชีวิตของสัตว์เอง
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2564 เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้ลงนามบันทึกความร่วมมือทาง
วิชาการกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อเปิดสวนสัตว์แห่งนี้อีกครั้ง โดยแนวทางการพัฒนาใหม่จะ
มุ่งเน้นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับสัตว์มากยิ่งขึ้น ลดการใช้กรงหรือพื้นที่จำกัดและ
ส่งเสริมแนวคิดการอยู่อาศัยอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อสวัสดิภาพสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็น
ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนรู้และการวิจัยของนักศึกษา อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเป็นแหล่งอนุรักษ์
และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสัตว์ป่าในอนาคต