ความเป็นไปได้ของการจำหน่ายผักปลอดสารพิษผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์: กรณีศึกษาจังหวัดตรัง
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อผักปลอดสารพิษของผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษ 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษ และ 3) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ด้านเทคโนโลยี ด้านการตลาด ด้านการจัดการ ด้านการเงิน ของการจำหน่ายผักปลอดสารพิษผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก เป็นเครื่องมือ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่ม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรจังหวัดตรังจำนวน 2 คน กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษรายใหญ่ในจังหวัดตรังที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) กับสำนักงานเกษตรจังหวัดตรังและได้รับตรามาตรฐานเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) จำนวน 9 คน และกลุ่มผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษจากเกษตรกรจำนวน 9 คน ที่ผ่านเกณฑ์ 4 เกณฑ์ ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษในจังหวัดตรังส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 31 - 40 ปี สถานภาพสมรส การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรีและปริญญาโท ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว มีรายได้ต่อเดือนระหว่าง 10,001 - 20,000 บาท นิยมซื้อผักปลอดสารพิษมากที่สุด 2 ประเภท คือ ผักปลอดสารเคมีและผักไฮโดรโปนิกส์ โดยนำไปประกอบอาหาร หรือใช้สำหรับธุรกิจหรือบริการ ผู้ซื้อผักปลอดสารพิษ สั่งซื้อผักปลอดสารพิษผ่านทางโทรศัพท์และผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตนเองเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกซื้อ สถานที่ซื้อผักปลอดสารพิษบ่อยที่สุด คือ ซื้อผักปลอดสารพิษโดยตรงกับเกษตรกร เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพของผักปลอดสารพิษและมาตรฐานการรับรองสินค้าการเกษตร ความถี่ในการซื้อส่วนใหญ่ซื้อทุกวัน ค่าใช้จ่ายในการซื้อผักปลอดสารพิษส่วนใหญ่ไม่เกิน 300 บาทต่อครั้ง และสูงสุด 6,000 บาทต่อครั้ง 2. ผู้ซื้อผักปลอดสารพิษในจังหวัดตรังมีประสบการณ์ในการซื้อสินค้าผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จำนวน 7 คน โดยผู้ที่มีประสบการณ์ให้เหตุผลว่า มีความสะดวกในการเลือกซื้อ ประหยัดเวลา และสามารถเปรียบเทียบราคาได้หลากหลายช่องทาง ประเภทสินค้าและบริการที่ซื้อผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ เสื้อผ้า ของใช้ ความถี่ในการซื้อสินค้าเดือนละ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง และใช้ระยะเวลาในการซื้อสินค้าผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่เกิน 50 นาที โดยผู้ซื้อมีวิธีการค้นหาข้อมูล รายละเอียดของสินค้าและเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ วิธีการชำระเงิน คือ ชำระเงินผ่านทางอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่นิยมใช้มากที่สุด คือ เฟสบุ๊ค เว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่น โดยใช้สมาร์ตโฟนในการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 3. ความเป็นไปได้ด้านเทคโนโลยี ด้านการตลาด ด้านการจัดการ ด้านการเงิน ของการจำหน่ายผักปลอดสารพิษผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พบว่า ด้านเทคโนโลยี ภาครัฐให้การสนับสนุน มีการถ่ายทอดการใช้เทคโนโลยีด้านการผลิต การจัดจำหน่ายผลผลิตผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเกษตรกร เกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษมีทักษะในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และมีความรู้ในการนำผักปลอดสารพิษมาจำหน่ายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษให้มีความสะดวกและรวดเร็วในสั่งซื้อ สามารถเลือกวิธีการชำระเงิน เลือกวิธีการจัดส่ง โดยผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปซื้อผักปลอดสารพิษด้วยตนเอง ด้านการตลาด ภาครัฐวางแผนให้เกษตรกรจำหน่ายผักปลอดสารพิษผ่านโมเดิร์นเทรดและร้านอาหารในจังหวัดตรัง โดยตรงไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง มีการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม การเขียนเรื่องราวของผักปลอดสารพิษ (Story telling) รวมถึงการแปรรูปผักปลอดสารพิษให้มีความหลากหลายเพื่อตอบสนองวิถีการดำรงชีวิตของผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษ ด้านการจัดการ ภาครัฐมีการวางนโยบายด้านเศรษฐกิจพอเพียงและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับเกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษในจังหวัดตรัง สร้างสมรรถนะด้านการแข่งขันเพื่อก้าวสู่การทำเกษตร 4.0 ซึ่งเกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษในจังหวัดตรังเป็นผู้ดูแล บริหารจัดการ และรับคำสั่งซื้อจากผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษตลอดจนวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค โดยผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษจะให้ความสำคัญในการสั่งซื้อผักปลอดสารพิษผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีความซับซ้อน สะดวกต่อการใช้งาน สามารถติดต่อกับผู้ผลิตได้โดยตรง ลักษณะของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ซื้อผักปลอดสารพิษต้องการ คือ สื่อสังคมออนไลน์และแอพพลิเคชั่น ด้านการเงิน ภาครัฐมีการร่วมมือกับหน่วยงานทางการเงิน ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมให้คำปรึกษาด้านการเงิน เกษตรกรมีการจัดทำบัญชีทางด้านการเงิน งบประมาณในการลงทุนอย่างเป็นระบบ และมีสภาพคล่องทางด้านการเงิน ผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษยินดีจ่ายเงินในการซื้อผักปลอดสารพิษที่มีราคาที่สูงกว่าผักทั่วไป เพราะมีความเชื่อมั่นในคุณภาพของผักปลอดสารพิษที่มาจากเกษตรกรผู้ปลูกผักปลอดสารพิษในจังหวัดตรัง และหากมีการจัดโปรโมชั่นจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่ซื้อผักปลอดสารพิษหรือผู้ที่สนใจผักปลอดสารพิษซื้อผักปลอดสารพิษเพิ่มมากขึ้น จากการวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี ด้านการตลาด ด้านการจัดการ และด้านการเงิน พบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะนำผักปลอดสารพิษมาจำหน่ายผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ คือ การสนับสนุนให้เกษตรกรที่นำระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาเป็นช่องทางในการจำหน่ายผักปลอดสารพิษ โดยการให้ความรู้ การสร้างมูลค่าเพิ่มผักปลอดสารพิษด้วยผลงานวิจัย นวัตกรรม การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และสร้างแบรนด์ของผักปลอดสารพิษ ส่วนข้อเสนอแนะที่มีต่อเกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษ คือ เกษตรกรควรปลูกผักปลอดสารพิษ 2 ประเภท ได้แก่ ผักปลอดสารเคมีและผักไฮโดรโปนิกส์ และพัฒนาช่องทางการจำหน่ายผักปลอดสารพิษผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือจำหน่ายผักปลอดสารพิษ