PSU Logo
Smart Academic Repository Prince of Songkla University, Trang Campus

ค้นหาผลงานวิชาการ

ผลการค้นหา: 6 รายการ
วิทยานิพนธ์ ศูนย์ศึกษาทรัพยากรชายฝั่ง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง
ผู้แต่ง: พิชญา เกื้อสุข ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 28

ทรัพยากรชายฝั่งในประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณฝั่งทะเลอันดามัน กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งจากปัจจัยทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ การกัดเซาะชายฝั่ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางทะเล การใช้ประโยชน์ทรัพยากรเกินศักยภาพ และการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขาดการวางแผนอย่างเหมาะสม ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศที่สำคัญ เช่น ป่าชายเลน หาดทราย และแนวปะการัง ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ทรัพยากรชายฝั่ง ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีความหลากหลาย เช่น ป่าชายเลน หญ้าทะเล แนวปะการัง ชายหาด ซึ่งล้วนเป็นระบบนิเวศที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ป่าชายเลนช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง หญ้าทะเลเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเล ขณะที่แนวปะการังเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก ระบบนิเวศเหล่านี้จึงมีคุณค่าทั้งในเชิงนิเวศและเศรษฐกิจ โดยมีการทำงานร่วมกันของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรังและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน โครงการศูนย์ศึกษาทรัพยากรชายฝั่ง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ที่ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย บริเวณใกล้หาดราชมงคล บนพื้นที่ประมาณ 13 ไร่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ โดยจะสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้เชิงวิชาการที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เพื่อรับมือกับปัญหาของชายฝั่งในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ระบบนิเวศและการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งอย่างสมดุลและยั่งยืน

วิทยานิพนธ์ โครงการออกแบบศูนย์สร้างเสริมพลังชีวิตและสมดุลจิตใจแบบครบวงจร จังหวัดกระบี่
ผู้แต่ง: มัณฑนา เซ่งสวัสดิ์ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 32

ภาวะความเหนื่อยล้าทางใจและความเครียดสะสมจากวิถีชีวิตร่วมสมัย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างครอบคลุม ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน การฟื้นฟูจิตใจอย่างเป็นระบบจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพัฒนาผ่านความร่วมมือทางด้านการแพทย์ จิตวิทยา และการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานกลับคืนสู่สมดุลของชีวิตได้อย่างยั่งยืน สถาปัตยกรรมมีบทบาทสำคัญในการเยียวยาสภาพจิตใจผ่านการออกแบบที่ส่งเสริมประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะการจัดลำดับพื้นที่ (Spatial Sequence) ที่นำพาเข้าสู่สภาวะผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติพร้อมลดสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็น แนวทางดังกล่าวปรากฏในกรณีศึกษาที่ยืนยันว่าการออกแบบพื้นที่อย่างมีจังหวะและต่อเนื่อง สามารถกระตุ้นการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการ “ศูนย์สร้างเสริมพลังชีวิตสมดุลจิตใจแบบครบวงจร จังหวัดกระบี่” มีจุดมุ่งหมายเพื่อออกแบบพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูและปรับสมดุลชีวิต โดยตั้งอยู่ในบริบทที่มีศักยภาพด้านธรรมชาติ ทั้งภูเขาและทะเล พื้นที่โครงการถูกพัฒนาให้รองรับกิจกรรมการบำบัดและการพักผ่อนอย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่พื้นที่สาธารณะไปจนถึงพื้นที่ส่วนตัว ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย เชื่อมโยงธรรมชาติ และสร้างประสบการณ์เชิงสถาปัตยกรรมที่เอื้อต่อการเยียวยา ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน

วิทยานิพนธ์ โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเลเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา
ผู้แต่ง: ธีรพล สืบพงษ์ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 22

เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่มีระบบนิเวศทางทะเลสมบูรณ์และอัตลักษณ์วัฒนธรรมชาวเลที่เข้มแข็ง ทว่าการขยายตัวของการท่องเที่ยวเชิงปริมาณซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี ได้สร้างความท้าทายต่อการรักษาความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอ “โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเล” เพื่อเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมที่พักอาศัยระดับพรีเมียมที่ใช้การออกแบบเป็นการขับเคลื่อนความยั่งยืน กระบวนการศึกษาเริ่มต้นจากการวิเคราะห์บริบททางสังคมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนชาวเล เพื่อนำมาสังเคราะห์ร่วมกับกรอบแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น การออกแบบเพื่อความยืดหยุ่น และหลักการออกแบบที่ยั่งยืนให้เหมาะสมกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยเน้นการสำรวจภาคสนามและการวิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพอย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การวางผังโครงการที่สามารถบูรณาการพื้นที่พักผ่อนเข้ากับกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้ของชุมชนได้อย่างกลมกลืน โครงการรีสอร์ตเพื่อการท่องเที่ยววิถีชาวเลเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ถ่ายทอดอัตลักษณ์วิถีชาวเลและภูมิปัญญาเครื่องมือประมงพื้นบ้านผ่านการลดทอนรูปทรงสู่องค์ประกอบสถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้นที่โดดเด่น โดยให้ความสำคัญกับการวางผังอาคารแบบกระจายตัวและรักษาระบบนิเวศดั้งเดิม พร้อมจัดลำดับทางสัญจรที่เชื่อมต่อจากพื้นที่ส่วนกลางเข้าสู่พื้นที่กิจกรรมวิถีชีวิตอย่างเป็นระบบตัวอาคารเน้นการสร้างสภาวะน่าสบายด้วยพื้นที่ "กึ่งภายนอก" เพื่อส่งเสริมการระบายอากาศธรรมชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศชายฝั่ง อีกทั้งยังประยุกต์ใช้ความยืดหยุ่นผ่านการบูรณาการวัสดุท้องถิ่นอย่างไม้และไม้ไผ่เข้ากับเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ เพื่อสร้างโครงสร้างที่มีความทนทานต่อลมมรสุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่พักแรมระดับพรีเมียมแต่ยังทำหน้าที่เป็น "พื้นที่สื่อสารทางสถาปัตยกรรม" ที่ช่วยยกระดับมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนตามยุทธศาสตร์มรดกทางวัฒนธรรมในระดับสากล

วิทยานิพนธ์ โครงการที่พักเชิงนิเวศระดับพรีเมียม ในพื้นที่ป่านันทนาการทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา
ผู้แต่ง: นดา หนูชูสุข ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 6

พื้นที่ป่านันทนาการทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นพื้นที่เขตป่านันทนาการของกรมป่าไม้ มีลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาสูง มีทะเลหมอกปกคลุมตลอดปี ล้อมรอบด้วยป่าอุดมสมบูรณ์และชุมชนหลายชาติพันธุ์ การพัฒนาพื้นที่นี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและการพักผ่อนเชิงอนุรักษ์จึงมีความสำคัญ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพสูงแต่การจัดการและการใช้ประโยชน์ยังไม่เต็มที่ การสร้างโครงการที่พักเชิงพิเศษจึงมีเป้าหมายในการเชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นต้นแบบโครงการที่พักเชิงนิเวศระดับพรีเมียม ให้กับป่านันทนาการทั่วประเทศไทย การศึกษานี้เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาหลักของพื้นที่ ซึ่งปัญหาหลักคือยังไม่มีที่พักระดับพรีเมียมรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์พักผ่อนคุณภาพสูง การศึกษาเริ่มจากการศึกษาบริบททางสังคม วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานที่ท่องเที่ยว ลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ หลักการการเกิดหมอก และเกณฑ์การออกแบบภายใต้พื้นที่ป่านันทนาการทะเลหมอก อัยเยอร์เวง เพื่อนำมาสังเคราะห์ร่วมกับกรอบแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น การออกแบบเพื่อความยืดหยุ่นและหลักการออกแบบที่ยั่งยืนให้เหมาะสมกับพื้นที่ลาดชันตามแนวสันเขา โดยกระบวนการศึกษาเน้นการสำรวจภาคสนามและวิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพอย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่กระบวนการวางผังโครงการที่สามารถบูรณาการพื้นที่พักผ่อนเข้ากับกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม การเรียนรู้วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน โครงการที่พักเชิงนิเวศระดับพรีเมียมในพื้นที่ป่านันทนาการทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ป่านันทนาการทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ซึ่งประกอบด้วยโซนเวลเนสและรีทรีทสำหรับผ่อนคลาย เช่น สปาธรรมชาติ นวดสมุนไพร โยคะ และสมาธิ รวมถึงกิจกรรมผจญภัยเชิงนิเวศ เช่น ซิปไลน์ เดินป่า และเยี่ยมชมหมู่บ้านวัฒนธรรม เจ้าของโครงการคือหน่วยงานพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ส่วนผู้ใช้สอยหลักคือนักท่องเที่ยวที่มุ่งพักผ่อนและเรียนรู้วิถีชุมชน โครงการนี้มุ่งสร้างต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ป่านันทนาการอย่างสมดุล ระหว่างการอนุรักษ์ธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น แนวคิดหลักของโครงการคือ “Retreat in the Mist” มุ่งเน้นการพักผ่อนแบบรีทรีทและเวลเนส พร้อมกิจกรรมผจญภัยเชิงนิเวศ เช่น ซิปไลน์ เดินป่า และชมหมู่บ้านวัฒนธรรม การออกแบบอ้างอิงกรณีศึกษา Four Seasons Tented Camp Golden Triangle ซึ่งเป็นรีสอร์ทเชิงอนุ-รักษ์บนภูเขา แต่โครงการได้ปรับรูปแบบให้เหมาะกับภูมิอากาศอบอุ่นชื้นและทะเลหมอกตลอดปีของพื้นที่ภาคใต้ พร้อมจัดแบ่งพื้นที่ตามแบบ “Layer of retreat” ที่จัดแบ่งพื้นที่การเข้าถึง จากส่วนสาธารณะ กึ่งสาธารณะ และส่วนส่วนตัว เพื่อตอบโจทย์ลำดับการบำบัดและสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ส่งผลให้โครงการทำหน้าที่เป็นโครงการที่พักเชิงนิเวศต้นแบบให้กับพื้นที่ป่านันทนาการทั่วประเทศไทยที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน

วิทยานิพนธ์ ศูนย์การเรียนรู้นกปรอดหัวโขน
ผู้แต่ง: นิฟุรกรณ์ กาแป๊ะ ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 21

บทคัดย่อ โครงการศูนย์การเรียนรู้นกปรอดหัวโขน ตั้งอยู่ ณ ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา จ.ยะลา มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออนุรักษ์นกปรอดหัวโขน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีเอกลักษณ์และมีความสำคัญต่อวิถีชีวิต วัฒนธรรม และกิจกรรมการแข่งขันนกกรงหัวจุก โครงการมุ่งสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจการเลี้ยงนกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และการเพาะพันธุ์นกในระบบที่ยั่งยืน เพื่อลดการล่าและการซื้อขายนกจากธรรมชาติ อันเป็นสาเหตุสำคัญของการลดลงของประชากรนกในระบบนิเวศ โครงการยังให้ความสำคัญและที่คำนึงถึง สวัสดิภาพสัตว์ ความปลอดภัย โดยทำงานร่วมกับภาครัฐและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับการเลี้ยงนกอย่างมีความรับผิดชอบแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เสริม ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดยะลา โครงการรองรับผู้ใช้งาน ได้แก่ คนในชุมชน ผู้เลี้ยงนก นักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ และนกปรอดหัวโขนซึ่งเป็นผู้ใช้งานหลัก พื้นที่ใช้งานประกอบด้วยส่วนการเรียนรู้และนิทรรศการ พื้นที่อนุรักษ์และฟื้นฟูนก พื้นที่กิจกรรมชุมชน พื้นที่ธรรมชาติ และส่วนบริการต่าง ๆ ซึ่งถูกออกแบบให้เกิดความสมดุลระหว่างกิจกรรมของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม แนวคิด“การอยู่ร่วม กันอย่างสมดุลระหว่างคนนกแลธรรมชาติโดยใช้สถาปัตยกรรมเป็นสื่อกลาง ในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านพื้นที่จริงส่งเสริมความสัมพันธ์ ระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นกับการอนุรักษ์สัตว์ป่า ลดขอบเขตระหว่างพื้นที่มนุษย์และธรรมชาติ และสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจชุมชน โครงการศูนย์การเรียนรู้นกปรอดหัวโขนจึงทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์อนุรักษ์ แหล่งเรียนรู้ พื้นที่วัฒนธรรม และพื้นที่สาธารณะเชิงนิเวศ ที่มุ่งสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า

วิทยานิพนธ์ โครงการปรับปรุงสวนสัตว์ทุ่งท่าลาด
ผู้แต่ง: กษิดิ์เดช ปัจจัย ปี: 2567 (พ.ศ.) VIEWS: 11

สวนสัตว์เทศบาลนครนครศรีธรรมราช หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สวนสัตว์ทุ่งท่าลาด” เปิด ดำเนินการมานานกว่า 40 ปี และเป็นสวนสัตว์แห่งเดียวในภาคใต้ตอนบน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562 เทศบาลได้ขอยุติการดำเนินกิจการสวนสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยให้จำหน่ายสัตว์ที่อยู่ใน ความดูแลไปยังสวนสัตว์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สวนสัตว์แห่งนี้เคยเผชิญกับปัญหาและการวิพากษ์วิจารณ์ด้านลบ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพสัตว์ความเป็นอยู่ และสุขภาพจิต เนื่องจากยังใช้ระบบการเลี้ยงแบบดั้งเดิม เช่น กรง ตู้ หรือคอกขัง ซึ่งเน้นการแสดงสัตว์เพื่อผู้ชมมากกว่าคุณภาพชีวิตของสัตว์เอง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2564 เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้ลงนามบันทึกความร่วมมือทาง วิชาการกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อเปิดสวนสัตว์แห่งนี้อีกครั้ง โดยแนวทางการพัฒนาใหม่จะ มุ่งเน้นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับสัตว์มากยิ่งขึ้น ลดการใช้กรงหรือพื้นที่จำกัดและ ส่งเสริมแนวคิดการอยู่อาศัยอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อสวัสดิภาพสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนรู้และการวิจัยของนักศึกษา อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเป็นแหล่งอนุรักษ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสัตว์ป่าในอนาคต