PSU Logo
Smart Academic Repository Prince of Songkla University, Trang Campus

ค้นหาผลงานวิชาการ

ผลการค้นหา: 3 รายการ
วิทยานิพนธ์ ปัจจัยการดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบธุรกิจยางพาราที่มีผลต่อความพึงพอใจของชุมชน กรณีศึกษา: บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สาขาตรัง
ผู้แต่ง: เกรียงศักดิ์ เพทาย ปี: 2564 (พ.ศ.) VIEWS: 2 Full Text

การศึกษาวิจัยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องการดำเนินกิจกรรม ความรับผิดชอบต่อสังคมและความพึงพอใจของชุมชนโดยรอบของบริษัทศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สาขาตรัง และ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยการดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมที่ส่งผลกระทบต่อความพึงพอพอใจของชุมชนโดยรอบของบริษัทศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สาขาตรัง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ประชาชนที่อาศัยรอบบริษัททั้ง 5 ชุมชน จำนวน 337 คน ในการวิเคราะห์ปัจจัยการดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีผลต่อความพึงพอใจของชุมชน และใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคุณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ระดับความพึงพอใจของชุมชนโดยรวมอยู่ในระดับมาก ความพึงพอใจของชุมชน ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับปานกลาง ความพึงพอใจของชุมชนด้านการยอมรับของชุมชนอยู่ในระดับมาก ความพึงพอใจด้านการพัฒนาชุมชนและสังคมอยู่ในระดับมาก ความพึงพอใจด้านการส่งเสริมการศึกษาอยู่ในระดับมาก ความพึงพอใจด้านการส่งเสริมรายได้และอาชีพอยู่ในระดับมาก และ ความพึงพอใจด้านการบริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์อยู่ในระดับมาก ผลการทดสอบสมมุติฐานพบว่า 1) ปัจจัยการดำเนินกิจความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมมีผลมากที่สุด ต่อความพึงพอใจของชุมชนโดยรวม ความพึงพอใจของชุมชนด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบ ต่อชุมชน ความพึงพอของชุมชนด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม และความพึงพอใจของชุมชนด้าน การส่งเสริมการศึกษา 2) ปัจจัยการดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านกิจกรรม CSR กับชุมชนมีผลมากที่สุดต่อความพึงพอใจด้านการส่งเสริมรายได้และอาชีพ และความพึงพอใจด้านการบริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์ 3) ปัจจัยการดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมในด้านนโยบายและภาพลักษณ์องค์กรมีผลมากที่สุดต่อความพึงพอใจด้านการยอมรับของชุมชน

บทความในการประชุมวิชาการ การสร้างแพลตฟอร์มส่งคำขอใช้บริการสารสนเทศโดยใช้เครื่องมือไมโครซอฟต์ของห้องสมุด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง

การสร้างแพลตฟอร์มส่งคำขอใช้บริการสารสนเทศของห้องสมุดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับส่งคำขอใช้บริการสารสนเทศในรูปแบบของแบบฟอร์มดิจิทัล โดยนำเครื่องมือจากไมโครซอฟต์ ซึ่งประกอบด้วย Microsoft Forms, SharePoint และ Power Automate ที่ช่วยให้การขอใช้บริการสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา แพลตฟอร์มบริการของห้องสมุด จัดแบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้ 1) บริการสนับสนุนการวิจัย 2) บริการทรัพยากรสารสนเทศ 3) บริการสมาชิกห้องสมุด และ 4) บริการอื่น ๆ ผู้ใช้สามารถกรอกข้อมูลคำขอใช้บริการผ่าน Microsoft Forms โดยข้อมูลถูกจัดเก็บใน SharePoint และใช้ Power Automate จัดการ Workflow เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและลดข้อผิดพลาด การประเมินผลของโครงการเป็นการศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อระบบเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรที่ใช้บริการของห้องสมุดที่กรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มดิจิทัล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามออนไลน์ทาง Microsoft Form สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ ค่าเฉลี่ย (Mean) และอัตราส่วนร้อยละ (Percentage) ผู้ใช้ห้องสมุดมีความพึงพอใจต่อแพลตฟอร์มส่งคำขอใช้บริการในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะในด้านความเร็วในการตอบสนองของแบบฟอร์ม การพัฒนาแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ห้องสมุดสามารถให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีความสอดคล้องกับการใช้งานในยุคดิจิทัล

วิทยานิพนธ์ คลังความทรงจำเมือง: โครงการแกลเลอรี่ตัวตนของคนเมืองสุราษฎร์ผ่านสิ่งของ
ผู้แต่ง: ศตนันท์ เมืองเขียว ปี: 2568 (พ.ศ.) VIEWS: 19

รถของเล่นชิ้นหนึ่งอาจมีคุณค่าและความหมายมากกว่าที่เราคิด มนุษย์มีพฤติกรรมสะสมสิ่งของเพื่อการดำรงชีวิตมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ต่อมาการสะสมสิ่งของเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากความจำเป็นสู่ การแสวงหาความพึงพอใจ การสร้างอัตลักษณ์จากสิ่งของ และการแสดงสถานะทางสังคม สิ่งของหนึ่งชิ้นจึงสามารถสะท้อนตัวตนของเจ้าของได้ (Russell W. Belk, 2541) เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำ (ต้นข้าว ปาณินท์, 2563) และสามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เกิดความทรงจำร่วมได้ (Collective Memory) เช่น รถโมเดลหรือตุ๊กตา ซึ่งกลายเป็นสื่อกลางของการพูดคุยและสร้างสังคม แล้วเราสามารถอ่านเมือง ผู้คนและความทรงจำ ผ่านข้าวของของผู้คนและเมืองได้หรือไม่ สถาบันอาศรมศิลป์ (2568) ได้นำ “ภาพคนเมือง” มาใช้เป็นสื่อกลางในการพูดคุยกับผู้คนในชุมชน ก่อให้เกิดการทำความรู้จักและเชื่อมโยงกันทั้งระหว่าง “คนในกับคนใน” และ “คนนอกกับคนใน” อย่างลึกซึ้ง จะเป็นอย่างไรหากเมืองที่เราอาศัยอยู่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติและสูญเสียความทรงจำของเมืองไป ใน ประเทศญี่ปุ่นได้เกิดสึนามิขึ้นที่เมืองเซนได(2554) ในช่วงหลังเกิดภัยพิบัติ มีพฤติกรรมในการเดินตามหาความทรงจำในย่านหรือที่พักอาศัย เช่น การเดินตามหารูปภาพ หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ต่อมาทางรัฐบาลพยายามฟื้นฟูความทรงจำของเมือง โดยนำสถาปัตยกรรมเก่าที่หลงเหลือจากภัยพิบัติมาพัฒนาให้เป็นพื้นที่ความทรงจำของทุกคน ที่โรงเรียนอาระฮามะ (2559) จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ปัจจุบันสุราษฎร์ธานีกำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านอุทกภัยและปัญหาปรากฏการณ์การย้ายออกจากเมือง ส่งผลให้ขาดแคลนผู้อยู่อาศัยเมือง ความผูกพันธ์และความทรงจำต่อเมือง (Paweenawat, S. W., & Liao, L., 2566) แล้วเมืองนี้จะยั่งยืนอย่างไรหากไม่มีผู้อาศัยเมือง โครงการนี้จึงมุ่งสร้างกลยุทธ์ในการรักษาความทรงจำเมือง ผ่านการเก็บรวบรวมเรื่องราวในช่วงวัยก่อนจากบ้าน หรือ วัยเรียน ภายใต้แนวคิด “กล่องเก็บความทรงจำเมือง” โดยบางส่วนจะถูกนำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการร่วมในรูปแบบ “คลังความทรงจำเมือง” คลังความทรงจำเมือง: โครงการแกลเลอรี่ตัวตนของคนเมืองสุราษฎร์ผ่านสิ่งของ นำเสนอแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อเก็บรักษาและถ่ายทอดความทรงจำของผู้คนผ่านสิ่งของ ตั้งอยู่บริเวณสถานีตำรวจเก่าตรงข้ามศาลหลักเมือง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สะท้อนรากทางประวัติศาสตร์และความทรงจำของเมือง ภายในโครงการประกอบด้วย 3 พื้นที่หลัก ได้แก่ พื้นที่คลังความทรงจำเมือง พื้นที่พูดคุยผ่านข้าวของ และพื้นที่สร้างความทรงจำใหม่ร่วมกับเมือง โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยแนวคิดการออกแบบของโครงการมุ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับเมืองผ่านการผสานความทรงจำของเมืองเข้ากับบริบทของศาลหลักเมือง ภายในที่ตั้งโครงการมีการเก็บความทรงจำเมืองผ่านอาคารสถานีตำรวจเก่าเป็นพื้นที่จัดแสดงความทรงจำของเมือง และเชื่อมต่อกับกล่องเก็บความทรงจำที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยความทรงจำแบบฝาก–ถอนได้ ขณะเดียวกันพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ความทรงจำร่วมเพื่อส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์และการสร้างประสบการณ์ร่วมของผู้คน ส่งผลให้โครงการทำหน้าที่เป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นสื่อกลางของความสัมพันธ์ทางสังคมและการอนุรักษ์ความทรงจำของเมืองอย่างยั่งยืน