PSU Logo
Smart Academic Repository Prince of Songkla University, Trang Campus

ค้นหาผลงานวิชาการ

ผลการค้นหา: 2 รายการ
รายงานวิจัย การประยุกต์กลยุทธ์ทางการตลาดในการพัฒนาการบริการของห้องสมุด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง
ผู้แต่ง: อุไร ไปรฮูยัน ปี: 2555 (พ.ศ.) VIEWS: 18 Full Text

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ นำเสนอกลยุทธ์ทางการตลาดในการพัฒนาการบริการของห้องสมุด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง จำนวน 346 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม เรื่อง การใช้และไม่ใช้ห้องสมุดของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง นำมาวิเคราะห์ข้อมูลแบบพรรณนา โดยใช้อัตราส่วนร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลคือโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows Version 11.0 และใช้วิธีการศึกษาเอกสารเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ส่วนประสมทางการตลาดในการบริการห้องสมุดที่มีการดำเนินการมาแล้วจากการสังเคราะห์งานวิจัย โดยศึกษาจุดแข็งและจุดอ่อน เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับห้องสมุดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง ผลการวิจัยพบว่า กลยุทธ์ทางการตลาดในการพัฒนาการบริการของห้องสมุดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง ที่ได้ศึกษาจากส่วนประสมทางการตลาด 7Ps ควรมีการจัดบริการจากโมเดลที่ได้จากผลการศึกษา คือ SIPPA-C Model ประกอบด้วยกลยุทธ์ทางการตลาด 6 กลยุทธ์ ดังนี้ 1. การพัฒนาบริการใหม่ (S : Service development) พัฒนาบริการใหม่ ๆ จากทรัพยากรสารสนเทศที่ห้องสมุดให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนและทรัพยากรสารสนเทศตามความสนใจของผู้ใช้บริการ รวมทั้งมีการพัฒนาการบริการและคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง 2. การสร้างความประทับใจ (I : Impression) พัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีจิตสำนึกต่อการให้บริการ และมุ่งเน้นการบริการที่มีคุณภาพด้วยการสร้างความประทับใจในการบริการ 3. การสร้างความรักและความหลงใหลในการอ่าน (P : Passion for reading and learning) จัดสถานที่ห้องสมุดให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการอ่านและการเรียนรู้ โดยการสร้างบรรยากาศ ที่นั่งอ่าน การจัดพื้นที่ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เพื่อสร้างความผูกพันทางอารมณ์และจิตวิญญาณของผู้ใช้บริการให้รักและหลงใหลในการอ่านและการเรียนรู้นำไปสู่ความผูกพันกับห้องสมุดอย่างยั่งยืน 4. การส่งเสริมการใช้บริการ (P : Promotion) การสื่อสารให้ผู้ใช้บริการรับทราบถึงบริการ ทรัพยากรสารสนเทศ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ห้องสมุดดำเนินการเพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรสารสนเทศและบริการเกิดขึ้น และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของห้องสมุดให้ปรากฏแก่ผู้ใช้บริการ 5. การเพิ่มคุณค่าการบริการ (A : Add valued service) จัดกระบวนการและขั้นตอนการบริการให้ง่ายและสะดวกรวดเร็วในการให้บริการ มีการใช้เทคโนโลยีในการจัดบริการ และพัฒนาการบริการที่เพิ่มคุณค่าแก่ผู้ใช้บริการ 6. การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการ (C : Customer Relationship Marketing-CRM) นำข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการมาสร้างความสัมพันธ์และมิตรภาพกับผู้ใช้บริการให้ผู้ใช้บริการเกิดความประทับใจ

วิทยานิพนธ์ โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการตลาดเชิงประสาทสัมผัสและการตลาดสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการร้านกาแฟของเจเนอเรชั่น Y
ผู้แต่ง: ณิชาพรรณ วัลละ ปี: 2564 (พ.ศ.) VIEWS: 7 Full Text

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการตลาดเชิงประสาทสัมผัส และการตลาดสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อการตัดสินใจใช้บริการร้านกาแฟของ Gen-Y และตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการตลาดเชิงประสาทสัมผัส และการตลาดสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อการตัดสินใจใช้บริการร้านกาแฟของ Gen-Y กับข้อมูล เชิงประจักษ์ โดยประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการทำวิจัยในครั้งนี้ คือ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการตลาดเชิงประสาทสัมผัส และการตลาดสื่อสังคมออนไลน์ของร้านกาแฟ อีกทั้งสามารถนำผลการศึกษามาเป็นข้อมูลในการวางกลยุทธ์ทางการตลาดของร้านกาแฟ รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อพัฒนาสื่อการตลาดของธุรกิจร้านกาแฟ ซึ่งตัวแปรในโมเดลประกอบด้วย ตัวแปรแฝง 3 ตัวได้แก่ การตลาดเชิงประสาทสัมผัส การตลาดสื่อสังคมออนไลน์ การตัดสินใจ ใช้บริการร้านกาแฟของ Gen-Y กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่ม Gen-Y ทั้งเพศชายและหญิงที่มีอายุระหว่าง 20-40 ปี เกิดในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2523-2543 จำนวน 300 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าโมเดลความสัมพันธ์ระหว่างการตลาดเชิงประสาทสัมผัส และการตลาดสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีต่อการตัดสินใจใช้บริการร้านกาแฟของ Gen-Y มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ อยู่ในเกณฑ์ดีโดยการตรวจสอบจากค่าสถิติไคร์สแควร์เท่ากับ 72.77 องศาอิสระ (df) เท่ากับ 75 ความน่าจะเป็น (p) เท่ากับ 0.55 ค่า GFI เท่ากับ 0.97 ค่า AGFI เท่ากับ 0.95 ค่า CFI เท่ากับ 1.00 ค่า SRMR เท่ากับ 0.02 ค่า RMSEA เท่ากับ 0.00 ค่าสัมประสิทธิ์ การพยากรณ์เท่ากับ 0.77 แสดงว่า ตัวแปรทั้งหมดในโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวน ของการตลาดเชิงประสาทสัมผัส และการตลาดสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อการตัดสินใจใช้บริการร้านกาแฟของ Gen-Y ได้ร้อยละ 77